คำพูดของลู่ซิ่งเฉาทำให้ทุกคนรู้สึกเหมือนมีเครื่องประหารหัวที่มองไม่เห็นแขวนอยู่บนคอของกลุ่มผู้สังเกตการณ์เทียนเจียวทั้งหลาย
บางคนที่มีนิสัยหัวร้อนเตรียมจะตอบโต้ เมื่อสายตาเหลือบไปเห็นกองทัพที่ยืนสง่าผ่าเผยกลับหมดความมั่นใจ
เจียงหลีที่เงียบมาตลอดในใจกลับมีมหาคลื่นธารากระแทกฝั่ง ลู่ซิ่งเฉานี้ ก็มีฝีมือในการฝึกทหาร แม้ว่าการฝึกแถวทหารจะง่ายดาย แต่จะทำให้จิตเป็นหนึ่งเดียวกันมันยากนัก กองทัพเหล่านี้ หากนับพรสวรรค์แบบคนต่อคน เกรงว่าจะไม่มีใครเป็นคู่ต่อสู้กับเหล่าผู้สังเกตการณ์เทียนเจียวทั้งหลายได้ ทว่ารัศมีบนตัวพวกเขากลับบดขยี้ผู้สังเกตการณ์เทียนเจียวจนสุด
จู่ๆ นางก็หันสายตามองไปยังพี่ชายที่อยู่ท่ามกลางฝูงชน นางรู้ว่าความฝันของพี่ชายนอกจากเข้าไปศึกษาที่สานบันไป๋หยวนแล้วยังอยากจะเข้าเกณฑ์ทหารรับใช้ชาติอีกด้วย
ลูกผู้ชายต้องเข้าสนามรบนองเลือดเพื่อปกป้องบ้านเมือง นี่เป็นคำพูดที่เจียงเฮ่าที่เคยกล่าวไว้ เขาในตอนนั้นช่างมีจิตใจทีกระฉับกระเฉงดูมีชีวิตชีวา ถูกเจียงหลินเฟิงสั่งสอนรักชาติซื่อสัตย์ต่อฮ่องเต้
ปัจจุบัน หลังสกุลเจียงได้ประสบเรื่องร้ายแรง เกรงว่าความคิดที่อยากจะเข้าเกณฑ์ทหารคงจะดับลงแล้วกระมัง
เจียงหลีหาเจียงเฮ่าเจออย่างง่ายดาย ใบหน้าที่เป็นจิ่งเยี่ยยังคงความสงบเย็นชาไว้ ทว่านัยน์ตาลึกนั้นกลับเปี่ยมไปด้วยไฟที่ลุกโชนที่ยังไม่ดับหายไป ปณิธานที่มีต่อสนามรบ ราวกับถูกลู่ซิ่งเฉาปลุกขึ้นมา