อาจเป็นเพราะสาเหตุของสองพี่น้องนี้ เจียงหลีเกิดความอยากรู้อยากเห็นใบหน้าภายใต้หมวกเหล็กนั้น
กลุ่มผู้สังเกตการณ์เทียนเจียว เกือบทุกคนต่างพากันหวาดกลัวรัศมีที่แผ่ออกมาของลู่ซิ่งเฉา ผู้นำขบวนเองก็แสดงสีหน้าที่ดูอ่อนน้อมถ่อมตน แนะนำให้รู้จักสภาพของกลุ่มผู้สังเกตการณ์เทียนเจียว
ทว่าพูดไปไม่กี่คำ ลู่ซิ่งเฉายกมือขึ้นมากระทันหันหยุดคำพูดของเขาที่จะพูดออกมา
เขากุมบังเ**ยนในมือขี่ม้าใกล้เข้ามามากกว่าเดิม
ความกดดันรัศมีที่แผ่ออกมา ทำให้ม้าของเหล่าผู้สังเกตการณ์เทียนเจียวทั้งหลายขี่อยู่เกิดความโกลาหล
“ห้ะ!”
ทันใดนั้นกลุ่มคนติดตามลู่ซิ่งเฉามาตะโกนขึ้นพร้อมกัน
ท่ามกลางค่ายม้าที่อยู่ไม่นิ่งก็เงียบสงบลงฉากน่าทึ่งแบบนี้ทำให้เหล่าผู้สังเกตการณ์เทียนเจียวทั้งหลายต่างประหลาดใจและสงสัย
ผู้เป็นหัวหน้าขบวนกลับจับจ้องไปปยังแผ่นหลังลู่ซิ่งเฉาด้วยแววตายากจะเข้าใจ
“ข้าไม่สนว่าพวกเจ้าที่อยู่เมืองหลวงจะมีชื่อเสียงมากน้อยแค่ไหน ยิ่งไม่สนว่าพวกเจ้าจะมีพรสวรรค์ที่น่าทึ่งอย่างไร เมื่อมาถึงสนามรบ พวกเจ้าก็เป็นทหารของราชวงศ์โฮ่วจิ้น แน่นอนว่าพวกเจ้าตอนนี้เป็นแค่กลุ่มสังเกตการณ์ ข้าไม่ให้พวกเจ้าเข้าสนามรบอย่างแท้จริง แต่หากพวกเจ้าฝ่าฝืนวินัยในค่ายทหาร ข้าจะลงโทษตามกฎ ไม่ว่าใครจะมีภูมิหลังอย่างไร ข้าจะปฎิบัติเท่าเทียมกันทุกคน กฎหมายไม่ปราณีใคร”