ในยามค่ำคืน มีร่างเงาของคนสองคนจากไปอย่างเงียบๆ โดยไม่ได้รบกวนใคร
เมื่อมาถึงที่ลับตาคน จิ่งเยี่ยจึงรีบถามขึ้น “อาหลี เจ้ามาได้อย่างไรกัน สนามรบไม่ใช่สนามเด็กเล่นนะ”
ท่าทางเขาที่ดูกังวลระคนตกใจ ได้ครึ่งหนึ่งของความเย็นชาต่อหน้ามู่ชิงเหยียนหรือไม่
เจียงหลีกล่าวออกมาอย่างช่วยไม่ได้ “ทำไมพี่ใหญ่ถึงตามมาด้วยละ” เรื่องของเป่ยฝางไม่ใช่เรื่องธรรมดา แน่นอนว่านางไม่อยากให้พี่ชายตนต้องเข้ามาพัวพันกับเรื่องพวกนี้
“ในรายชื่อมีชื่อข้า ข้าก็ต้องมาสิ” จิ่งเยี่ยอธิบายแล้วพูดต่อ “เจ้าไม่ต้องไปแล้วรีบกลับไปซั่งตูซะ”
“เดี๋ยวก่อน” ทันใดนั้นเองเจียงหลียกมือขึ้นขัดจังหวะของเขา
จิ่งเยี่ยงุนงงแต่ก็เงียบปากมองไปทางนาง สีหน้าเจียงหลีครุ่นคิดไตร่ตรองอย่างละเอียดกับคนที่เจอตอนเช้า ร่างนี้ไม่เพียงเป็นร่างที่พิเศษกว่าอีกทั้งยังมีความจำเป็นเลิศ
ไม่ว่าจะเป็นพวกขุนนางในเมืองหลวงหรือเชื้อสายราชวงศ์ที่มีพรสวรรค์เป็นเลิศ เจียงหลียังพอจำได้
เพราะไม่เพียงเคยเห็นด้วยตนเองตอนที่ตนยืนอยู่กับท่านพ่อ อีกทั้งยังเคยได้ยินจากบทสนทนาของท่านพ่อและพวกผู้ใหญ่