แต่ทว่าตอนนางกราบทูลขอร้องเสด็จพ่อกลับถูกปฏิเสธอย่างเด็ดขาดแม้กระทั่งสั่งให้นางห้ามออกจากซั่งตูในช่วงระยะเวลานี้
มู่ชิงเหยียนเข้าใจเสด็จพ่อดีที่พระองค์ทรงทำเช่นนี้อธิบายได้แค่ว่าจุดประสงค์เบื้องหลังพระราชโองการของพระองค์นั้นไม่ง่ายขนาดนั้น
ในฐานะที่นางเป็นองค์หญิงนางมิสามารถแทรกแซงกิจการบ้านเมืองได้ สิ่งเดียวที่สามารถทำได้คือห้ามไม่ให้จิ่งเยี่ยไป
“ข้า…ข้าก็แค่คิดว่ามันอันตรายเกินไป” มู่ชิงเหยียนหาเหตุผลเพื่อบังหน้า
คิ้วที่ขมวดของจิ่งเยี่ยจึงผ่อนคลายลง เขาเห็นความผิดปกติในคำพูดของมู่ชิงเหยียนแต่มันไม่มีเหตุผลที่จะหยุดเขาได้
เขาหันหลังไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับลูกสาวของศัตรูอีกต่อไปโดยไม่สนใจคำชักชวนของนางและจากไปเหลือเพียงความเย็นชาและห่างเหินให้กับชิงเหยียน
สายตาจดจ่ออยู่ที่หลังของคนที่เดินจากไปช้าๆ มู่ชิงเหยียนมิสามารถเก็บซ่อนความผิดหวังในดวงตาได้อีกแล้ว
นางรู้สึกเป็นครั้งแรกว่าตัวตนของนางในฐานะเทียนเจียวซึ่งเป็นสตรีนั้นไม่ได้มีความสำคัญเลยเมื่ออยู่ต่อหน้าจิ่งเยี่ย หรือต่อให้นางคุกเข่าตรงหน้าเขานางก็ไม่สามารถเปลี่ยนสายตาของเขาที่มองนางได้
…
วิกฤตการณ์เริ่มบังเกิด กลุ่มสังเกตการณ์เทียนเจียวของซั่งตูเดินทางออกจากประตูทิศเหนือตามฤกษ์เวลามุ่งหน้าสู่เป่ยฝางของอาณาจักรโฮ่วจิ้น
เหล่าเทียนเจียวมีขวัญกำลังใจพร้อมต่อสู้ในสนามรบ