“จิ่งเยี่ย” เสียงของผู้หญิงดังขึ้นจากข้างหลัง
แต่เมื่อได้ยินน้ำเสียงนี้แล้วกลับไม่ได้แสดงสีหน้าตื่นเต้นหรือยินดีสักนิดแต่ขมวดคิ้วแทน
หลังจากเงียบไปครู่หนึ่งเมื่อเขาหันไปมองหญิงสาวร่างเพรียวระหงส์ที่ยืนอยู่ข้างหลังเขาสีหน้าของเขาก็กลับมาเฉยเมยเป็นปกติ
ใบหน้าที่ไร้ความรู้สึกของจิ่งเยี่ยและท่าทางปฏิเสธราวกับห่างไกลหลายพันลี้จึงทำให้มู่ชิงเหยียนรู้สึกเจ็บปวดเล็กน้อย
นางปกปิดความผิดหวังเลือนรางไว้ในดวงตาของนางอย่างระมัดระวังและพูดอย่างห้วนๆ ว่า “การเดินทางไปเป่ยฝางครั้งนี้ เจ้าไม่ไปไม่ได้หรือ”
“จิ่งเยี่ยไม่เข้าใจคำพูดขององค์หญิง สำนักหลิงอู่ส่งไปจะถอนตัวได้เยี่ยงไร” จิ่งเยี่ยเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา
สายตาของมู่ชิงเหยียนวูบไหวรีบกล่าวอย่างร้อนรน “หากเจ้ายินยอม ข้าสามารถช่วยถอนรายชื่อให้เจ้าได้”
จิ่งเยี่ยขมวดคิ้ว เขาไม่เข้าใจว่าเหตุใดมู่ชิงเหยียนถึงรบเร้าเช่นนี้ หรือว่าการเดินทางไปเป่ยฝางจะมีจุดประสงค์อื่นแฝงอยู่ “คำพูดเช่นนี้ขององค์หญิงหมายความว่าอย่างไรพ่ะย่ะค่ะ”
มู่ชิงเหยียนขบเม้มริมฝีปากมิรู้ว่าควรจะเริ่มพูดจากตรงไหน
ตอนแรกที่นางทราบข่าวว่าจิ่งเยี่ยต้องไปเป่ยฝางนางเองก็ตั้งใจจะไปด้วยกัน แอบจินตนาการว่าบางทีร่วมวันร่วมคืนใกล้ชิดกันเขาอาจจะเปลี่ยนทัศนคติที่เขามีต่อตัวนางเองได้