ผู้คนที่อยู่นอกประตูเงยหน้าขึ้นมองร่างดั่งหิมะขาวโพลนในห้อง “ตอนนี้ไม่ทราบขอรับ ผู้ที่รับผิดชอบจับตามองคนในจวนตระกูลลู่บอกว่าไม่เห็นแม้แต่เงาของเขา ดูเหมือนว่า…” เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่งถึงเอ่ยต่อ “ไม่อยู่ในจวนขอรับ”
หลังจากได้รับคำตอบนี้ดวงตาทั้งคู่ของหรงจิ่งหรี่ลงเล็กน้อย
เมื่อเขาไม่พูดคนที่อยู่ด้านนอกประตูไม่กล้าออกไปได้แต่โค้งคำนับรอคำสั่งจากเขา
จากนั้นไม่นานน้ำเสียงของหรงจิ่งก็ดังขึ้นมา “ไปเตรียมให้พร้อม ข้าจะไปเป่ยฝาง”
คนที่อยู่ด้านนอกประตูสงสัยไม่รู้ว่าทำไมคุณชายถึงเปลี่ยนใจกะทันหัน แต่ถึงอย่างไรเขาก็คำนับและถอยออกไปเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการเดินทาง
หลังที่เขาออกไปหรงจิ่งก็พึมพำอยู่คนเดียว “สงครามเป่ยฝางก็เป็นหมากกระดานหนึ่งระหว่างตระกูลลู่กับฮ่องเต้ เดิมที่ข้าก็ไม่อยากจะแกว่งเท้าหาเสี้ยนและอยากเป็นเพียงผู้ชมเท่านั้น แต่เจ้ากลับหายไปไหนไม่รู้ จึงทำให้ข้าชักสนใจซะแล้วสิ ลู่เจี้ยเอ๋ยลู่เจี้ย เพลานี้เจ้าอยู่เป่ยฝางหรอกหรือ ตระกูลลู่กำลังวิกฤต เจ้าจะเผยโฉมหน้าที่แท้จริงของเจ้าหรือไม่ จะไม่เก็บซ่อนแล้วหรือ”
…
จิ่งเยี่ยอยู่ในรายชื่อผู้ถูกคัดเลือกไปเป่ยฝางจากสำนักหลิงอู่อย่างคาดไม่ถึง
จิ่งเยี่ยจดจ้องชื่อของตัวเองจึงรู้ว่าโอกาสมาถึงแล้ว หากเขาได้รับความดีความชอบทางทหารในการต่อสู้ครั้งนี้และได้รับเกียรติจากสำนักหลิงอู่เขาจะสามารถไปไกลกว่าเป้าหมายได้หรือไม่