ลู่เจี้ยไม่ให้นางยุ่งเรื่องนี้ทั้งยังสั่งเป็นพิเศษอีกว่าให้นางฝึกฝนอยู่ที่สถาบันไป๋หยวนกับลู่เสวียนซึ่งเห็นได้ชัดว่าเรื่องนี้เกรงว่าจะมีอะไรอื่นแอบแฝง
นางไม่ต้องการเข้าไปเกี่ยวข้องกับการแก่งแย่งระหว่างฮ่องเต้และตระกูลลู่ แม้ว่าฮ่องเต้จะถือว่าเป็นศัตรูของตระกูลเจียงและเป็นเป้าหมายการแก้แค้นของเจียงเฮ่า เจียงหลีคิดการใหญ่กว่านี้คือหาโอกาสที่จะฆ่าเขาโดยตรง
แต่ตอนนี้ลู่เสวียนวิ่งเข้าไปสมัครเข้าร่วมกลุ่มสังเกตการณ์เทียนเจียวแล้ว นี่ไม่ใช่จังหวะไปเป่ยฝางหรอกหรือ
จะบอกลู่เจี้ยอย่างไรดี เจียงหลีสาปส่งในใจ เมื่อเบียดมาถึงข้างหน้าลู่เสวียนกำลังเตรียมจะหยุดห้ามแต่ก็ดันเห็นว่าชื่อของเขาถูกเขียนลงไปในใบสมัครเรียบร้อยแล้ว
“คนที่ถูกจดชื่อแล้วฟังให้ดีๆ นี่ไม่ใช่ของเล่นจะมาโอดโอยทีหลังไม่ได้” นายทะเบียนตะโกนต่อหน้ากลุ่มคน
เมื่อเห็นกับตาว่าชื่อของตัวเองถูกจดบันทึกไปแล้วลู่เสวียนก็เผยรอยยิ้มพอใจ
จู่ๆ ก็รู้สึกตึงแน่นบริเวณลำคอร่างทั้งร่างถูกลากออกมาข้างนอกกลุ่มคน
ความสับสนปรากฏขึ้นบนใบหน้าของลู่เสวียนรีบตั้งสติจึงรู้ว่าเป็นเจียงหลี เขาถูลู่ถูกังอีกทั้งยังตะโกนโวยวายด้วยความโกรธ “นี่ ที่นี่มีคนเยอะแยะเจ้าน่าจะไว้หน้าข้าบ้างสิ
ชายหนุ่มคนหนึ่งถูกเด็กสาวที่เตี้ยกว่าตนลากเดินไป คุณชายน้อยลู่เสวียนอย่างเขาขายขี้หน้าแล้วเห็นไหม
สีหน้าของลู่เสวียนอับอายมากขึ้นแต่ก็ไม่ลงไม้ลงมือกับเจียงหลี