ลู่เจี้ยกลับหลุดขำออกมา “ปัญหาของข้าคือเกิดมาด้อยกว่าผู้อื่น สามารถมีชีวิตอยู่มาจนถึงตอนนี้ก็นับว่าโชคดีแล้ว ทักษะการรักษาสามารถบรรเทาอาการบาดเจ็บแต่กลับไม่สามารถฟื้นวิญญาณให้ข้าได้อีก”
“…” เจียงหลีปิดปากเงียบลง
แม้ลู่เจี้ยจะอธิบายด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งราวกับไม่ทุกข์ร้อนแต่ทว่านางไม่ชอบเขาที่เป็นแบบนี้เอาเสียเลย
คนรูปงามเยี่ยงนี้ ทำไมต้องมีอายุสั้น เจียงหลีกล่าวในใจ
“ข้าจะคิดหาวิธีให้ได้แน่นอน” นางสัญญากับเขาด้วยสายตาที่แน่วแน่
จากนั้นลู่เจี้ยกลับยิ้มอย่างไม่ใส่ใจนัก “เช่นนั้นก็ขอขอบใจหลีเอ๋อร์มาก”
…
ลู่เจี้ยไม่ได้บอกเจียงหลีถึงสถานการณ์อย่างละเอียดของวิญญาณยุทธ์ตัวที่สามแต่กลับชี้แนะแนวทางให้นางไป ในระหว่างฝึกตนนางคงหาวิญญาณยุทธ์ตัวที่สามที่เหมาะสมกับนางที่สุดเองได้ถึงจะเป็นจุดประสงค์ที่แท้จริง
หลังจากออกไปจากห้องของลู่เจี้ยเจียงหลีก็ไปนอนที่ห้องอื่น วันรุ่งขึ้นจึงไปสถาบันไป๋หยวน
แต่ตอนที่นางจะไปตั้งใจไว้ว่าจะไปพบลู่เจี้ยสักประเดี๋ยว เมื่อเห็นใบหน้างดงามก็ยิ่งทำให้อารมณ์ตัวเองดียิ่งขึ้น
แต่ผลคือทำให้นางขมวดคิ้วมุ่นแต่กลับไม่ได้คิดลึกซึ้งจึงมุ่งหน้ากลับไปฝึกฝนต่อที่สถาบันไป๋หยวนกับลู่เสวียน
เมื่อกำลังมาถึงหน้าประตูสถาบันไป๋หยวน ลู่เสวียนก็กระโดดลงมาจากรถม้าเผ่นแนบเข้าไปในสถาบันไป๋หยวนทันที