“หลีเอ๋อร์รีบกลับไปนอนพักเถอะ เดี๋ยวข้าจะเรียกคนไปดูอาการบาดเจ็บของเจ้า” เมื่อพระชายาลู่หันกลับมาสนใจเจียงหลีก็เปลี่ยนท่าทีเป็นอบอุ่นมีเมตตา
“….” หัวเราะไม่ออกร้องไห้ไม่ได้ “พระชายา ไม่ต้องก็ได้จริงๆ เจ้าค่ะ”
“ท่านแม่ เกิดสงครามที่เป่ยฝางแล้วท่านทราบหรือยังขอรับ” ลู่เสวียนเปลี่ยนประเด็นสนทนา
เจียงหลีส่งสายตาไปให้เขาอย่างนึกขอบคุณ
“สงครามหรือ สงครามจะเกิดก็ให้เกิดไปสิ มีเสด็จพ่อเจ้าอยู่ที่นั่นจะต้องกลัวสิ่งใด” พระชายาเอ่ยขึ้นอย่างไม่ยี่หระ
ลู่เสวียนส่ายหน้าคว้าเจียงหลีให้พ้นจาก ‘กรงเล็บปีศาจ’ ของมารดา
“เอ๊ะ เจ้าลูกคนนี้นี่เบาๆ หน่อย เจียงหลีร่างกายกำลังบาดเจ็บอยู่นะ” พระชายาตะโกนไล่หลัง
ลู่เสวียนไม่ยอมหันหลังกลับไป “พวกข้าจะไปหาพี่ใหญ่”
“เจ้าเด็กดื้อคนนี้นี่” พระชายาลู่ถอนหายใจอย่างโมโหแต่สายตากลับมีความรักความเอ็นดูที่ปิดบังไม่มิด
….
เจียงหลีและลู่เสวียนวิ่งอุดตะหลุดพุ่งตรงเข้าไปในห้องของลู่เจี้ย
ขณะนี้ลู่เจี้ยนั่งเหยียดตรงบนแหย่งในมือถือม้วนหนังสือไม้ไผ่ เสื้อคลุมหลวมสบายบนร่างกายทิ้งระบายลงพื้นด้วยท่วงท่าที่ดูเกียจคร้านเล็กน้อย เมื่อเห็นทั้งสองที่ทะเล่อทะล่าเข้ามาเขาจึงเงยหน้ามองพวกเขา
เมื่อดวงตาของเขามองเห็นคราบเลือดบนร่างกายของเจียงหลีดวงตาคู่สวยงามหรี่ลงเล็กน้อยเป็นประกายวูบไหว “เกิดอะไรขึ้น”