ปัง!
เสียงดังอื้ออึงดังออกมาจากหน้าอกของหรงจิ่ง
เขารับหมัดนี้ของเจียงหลี พลังหกหมัดหนักของตระกูลลู่เข้าสู่ร่างกายทำลายเส้นลมปราณของเขาอย่างบ้าคลั่ง
“หรงจิ่งรับไว้ง่ายๆ เช่นนี้เลยหรือ”
“คุณชายจิ่งกำลังคิดสิ่งใดอยู่ ทำไมถึงออมมือให้นางตลอด”
“…”
การต่อสู่หยุดชะงักอีกครั้งหมัดของนางกดทับที่หน้าอกของหรงจิ่ง เขาไม่หลีกหนีเพียงแค่ใช้พลังวิญญาณของตัวเองในการข่มความพุ่งพล่านในร่างกายของเขาอย่างรุนแรง
ติ๋งๆ!
หยดเลือดไหลออกมาจากมุมปากของเขารินรดลงบนหลังมือของเจียงหลีเป็นดวงราวกับดอกเหมยสีแดงเบ่งบาน
เจียงหลีหรี่สายตามองหยดเลือดบนมือของตนเอง พลังวิญญาณที่กำหมัดมลายหายไปอย่างไร้ร่องรอย
นางไม่เข้าใจจึงช้อนสายตามองชายหนุ่มผู้นี้ที่ไม่เคยสู้กลับเลยตั้งแต่แรก
เมื่อนางมองไปที่หรงจิ่งนางก็พบกับดวงตาสุกใสของเขา เขากำลังยิ้ม รอยยิ้มเหมือนดั่งสายลม
“ตอนนี้เจ้ายังฆ่าข้าไม่ได้” หรงจิ่งเอ่ยขึ้นเบาๆ
เรื่องราวความเป็นความตายเอ่ยออกมาจากปากของเขาราวกับกำลังพูดคุยสัพเพเหระก็มิปาน
“ข้ารู้ดี” เจียงหลีชักมือกลับคืนลุกขึ้นยืนตรงหน้าหรงจิ่ง
อาภรณ์ของนางย้อมสีเลือด ส่วนหรงจิ่งมีสภาพกระเซอะกระเซิง
การต่อสู้ครั้งนี้น่าตื่นเต้นตกตะลึงและเป็นที่น่าจดจำทำให้ผู้คนรู้สึกถึงความมุ่งมั่นของเจียงหลี อย่างไรก็ตามไม่มีใครลืมว่าตั้งแต่ต้นจนจบหรงจิ่งทำได้เพียงยอมรับกระบวนท่าอย่างอดทนและไม่เคยโจมตีก่อน