มู่หว่านโหรวโกรธแค้นในใจ นี่ข้าถูกเชือดไก่ให้ลิงดูหรือ หากจนถึงตอนนี้นางยังมองจุดประสงค์ของเจียงหลีไม่ออกก็เอาหัวโขกให้ตายไปซะ
นางเข้าใจชัดเจนแล้ว เข้าใจแล้วว่าเจียงหลีอยากหยิบยืมโอกาสนี้บอกคนทั้งโลกว่าถึงแม้ลู่เจี้ยจะเป็นนายน้อยอายุสั้นเป็นคนไร้ประโยชน์ที่ไม่สามารถฝึกตนได้ แต่ก็ไม่สามารถรังแกได้ตามอำเภอใจเช่นกัน!
เพราะว่าเขามีหลิงเจี้ยงสาวอายุสิบสามยืนอยู่ข้างกายเขา!
“เจียงหลี” สายตาของมู่หว่านโหรวส่อแววเกลียดชัง
การต่อสู้ในวันนี้คือความอัปยศอดสูในชีวิตนาง
เจียงหลียิ้มเย้ยหยัน “ไม่พอใจหรือ ข้าจะรอเจ้ามาหาข้าอีก”
“โอโห! เยี่ยมมาก” ดวงตาทั้งคู่ของลู่เสวียนเป็นประกายดาวเล็กๆ เขารู้สึกว่าชั่ววินาทีนี้เจียงหลียอดเยี่ยมจริงๆ มีเสน่ห์มาก
และนี่ยังไม่ใช่จุดจบ
ด้วยอุปนิสัยของเจียงหลีจริงจังก็ส่วนจริงจังเล่นก็ส่วนเล่น
นางไม่ลืมว่าคนที่ทำให้ลู่เจี้ยอับอายต่อหน้านางนอกจากมู่หว่านโหรวแล้วยังมีใครอีกบ้าง
ทันใดนั้นนางก็หันไปยังทิศทางที่หรงจิ่งยืนอยู่
ฝูงชนมองตามสายตานางไปเมื่อเห็นหรงจิ่งแล้วจึงอดถอนหายใจออกมาไม่ได้
ฉิบหายแล้ว! นางคงไม่ท้าทายหรงจิ่งหรอกกระมัง
นี่…นี่…มันจะพลิกล่าฟ้าเขียวอะไรขนาดนั้น!
หรงจิ่งเป็นถึงอันดับหนึ่งในสิบผู้องอาจแห่งเมืองหลวง ฝึกฝนตั้งแต่วัยเยาว์ยากที่จะคาดเดาความคิด แม้กระทั่งคนคาดเดาเขาได้อาจจะเหยียบขาข้างหนึ่งเข้าไปในระดับหลิงไซว่ได้แล้ว