บทที่ 367 กู่ตนนี้…มีวาสนากับนิกายกระบี่เรา
แทบจะในขณะเดียวกันกับที่พสุธาพลิกกลับ ลวี่หยางก็หลุบเปลือกตาลง เปิดดวงตาแห่งการหยั่งรู้ จ้องมองทะลุเปลือกพิภพ มุ่งสายตาไปยังทิศแห่งต้นกำเนิดแรงสั่นไหว
ชั้นหินนับไม่ถ้วน ล้วนไม่อาจบดบังสายตาของเขาได้
สิ่งแรกที่ทอดเข้าสู่ดวงตา คือค่ายกลขนาดมหึมากำลังหมุนเวียนเชื่องช้า ครอบคลุมพื้นที่หนึ่ง ตัดขาดฟ้าลิขิต ปิดบังเหตุปัจจัย เบื้องในแปรผันซับซ้อนถึงขีดสุด
เมื่อครู่ เขาใช่ไม่เคยใช้จิตเทวะกวาดผ่านบริเวณนี้ ทว่าไม่พบสิ่งใดแม้แต่น้อย หากมิใช่เพราะแรงสั่นไหวครานี้ ทำให้ค่ายกลซึ่งเดิมหมุนเวียนแนบสนิท เริ่มคลาดเคลื่อนเล็กน้อย เกรงว่าเขาคงยังถูกปิดตาอยู่จนบัดนี้ แม้ของจะอยู่ต่อหน้า…ก็ยังมิอาจแลเห็น!
ของดีจริง…
ลวี่หยางนึกวาบในใจ สายตายังคงทอดไปข้างหน้า ไม่นานก็มองทะลุค่ายกลซึ่งกำลังสูญสิ้นพลัง เห็นภาพเร้นลับที่แอบแฝงอยู่ภายในนั้น
นั่นคือสระแห่งหนึ่ง
ภายในสระเอ่อล้นด้วยแสงสว่างสีเงินขาวดุจแสงจันทร์ ลวี่หยางเพียงเหลือบเดียวก็จำได้ทันทีว่า นั่นคือแก่นแท้แห่งแสงจันทรา หนึ่งในรากแปดศิลา คือธาตุทองซิน!
หากแต่ทั้งหมดนั้น…ก็เป็นเพียงของแวดล้อม
ในฐานะฟ้าศักดิ์สิทธิ์พิภพลี้ลับ ธาตุทองซินย่อมมีค่ามิอาจสงสัย ทว่าขณะนี้ ความลี้ลับทั้งปวงกลับถูกกลบโดยแสงสีทองเพียงจุดเดียวในสระ
โดดเด่นดั่งหงส์ในฝูงกา
สายตาของลวี่หยางจ้องลึกเข้าไปยังจุดทองนั้น พลันรู้สึกราวกับจิตเทวะกำ