น้ำเสียงของเจียงหลีกังวานดังก้องไปทั่วทั้งสนามล่าสัตว์
ทุกคนประหลาดใจและตกใจอย่างยิ่ง
หรือว่าวันนี้หลิงเจี้ยงอายุสิบสามจะได้เหยียบหน้าเชื้อพระวงศ์ใช่ไหม
ต้องรู้ด้วยว่าในราชวงศ์ส่งเทียนเจียวรุ่นนี้ออกมาคือองค์หญิงซีสยาและองค์หญิงอันผิงนอกจากนี้มีองค์ชายอีกสองพระองค์ที่ยังไม่เสด็จมาถึงงาน
สี่คนนี้ได้ยึดครองตำแหน่งสี่ในสิบของอัจฉริยะทั้งสิบแห่งเมืองหลวงไปแล้ว
เพลานี้เจียงหลีทำให้องค์หญิงซีสยายอมล่าถอยแต่กลับไปท้าทายองค์หญิงอันผิงต่ออีก สำหรับฝูงชนแล้วเห็นได้ชัดว่าเจียงหลีจงใจยั่วยุเหล่าราชวงศ์
สาวน้อยผู้นี้ช่างกล้าดีจริงๆ!
“เหอะพรสวรรค์เท่าหางอึ่งเยี่ยงเจ้าทำท่าหยิ่งผยองนัก องค์หญิงเป็นผู้ที่ใครก็สามารถท้าทายได้หรือ” เสียงเยาะเย้ยดังลอยมาจากทางค่ายสำนักหลิงอู่
“ใช่แล้ว องค์หญิงอันผิงเป็นถึงเทียนเจียวจะมาเทียบกับเด็กไม่มีหัวนอนปลายเท้าได้อย่างไร”
“ช่างไม่รู้อะไรเสียแล้ว ไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ”
“…”
น้ำเสียงเย้ยหยันดังมาไม่ขาดสาย
เจียงหลีไม่เดือดเนื้อร้อนใจเพียงแต่ยักคิ้วถามกลับไปหนึ่งประโยค “ทำไม อยากท้าทายลูกศิษย์สำนักหลิงอู่ต้องถามหาโคตรเหง้าศักราชด้วยหรือ”
ประโยคเดียวทำเอาพวกปากพล่อยถึงกับหน้าถอดสี
เจียงหลีขี้เกียจต่อล้อต่อเถียงให้เป็นตัวตลกที่นี่จึงได้แต่มองไปยังมู่หว่านโหรว “องค์หญิงท่านกล้าหรือไม่”
น้ำเสียงฟังดูจงใจยั่วยุอย่างเห็นได้ชัด