แม้แต่คนที่ไม่ทราบสาเหตุก็ยังสามารถได้กลิ่นตุๆ
ดูเหมือนระหว่างสาวน้อยผู้นี้กับองค์หญิงอันผิงจะมีอดีตความแค้น
แม้กระทั่งจิ่งเยี่ยยังขมวดคิ้วมุ่นกวาดสายตาเย็นชาดั่งน้ำแข็งมองไปที่มู่หว่านโหรว
มู่หว่านโหรวยังคงสงวนท่าทางเยือกเย็นรักษาความสูงส่งของนางเอาไว้ราวกับเทพธิดาต่อการท้าทายของเจียงหลีจึงทำให้ผู้ชมทั่วทุกสารทิศยลโฉมนางด้วยความหลงใหล
มู่ชิงเหยียนขมวดคิ้วสายตาสอดส่ายไปมาระหว่างเจียงหลีกับมู่หว่านโหรวอย่างหวาดระแวง
โจวยวนกลับไม่สนใจสิ่งเหล่านี้แต่โพล่งขึ้นมาด้วยความโกรธ “พี่ชิงเหยียน ทำไมท่านถึงแพ้นางได้ล่ะ
เพคะ นางต้องมีเล่ห์เหลี่ยมใช่หรือไม่”
เมื่อนางกล่าวจบก็กัดฟันหันไปมองเจียงหลีที่ไม่สนใจนางเลยสักนิด
“แพ้ก็คือแพ้” มู่ชิงเหยียนสามารถมองเห็นทะลุอย่างถ่องแท้ เกรงว่าการต่อสู้ครั้งนี้ทั้งสองฝ่ายไม่ได้ใช้พลังทั้งหมด ถึงแม้การชนะของเจียงหลีจะมีส่วนฉวยโอกาสเล่นเล่ห์เหลี่ยมแต่ในฐานะองค์หญิงผู้สูงศักดิ์อย่างไรก็ต้องรับผลการกระทำนี้ และไม่ใช่ผู้ที่ไม่สามารถปฏิเสธความพ่ายแพ้ได้
“ท่านดูนางสิ ชักบังอาจเกินไปแล้วไหนยังจะกล้าท้าทายพี่หว่านโหรวอีก” โจวยวนเอ่ยขึ้นอย่างไม่พอใจ
“เงียบไว้” มู่ชิงเหยียนเอ่ยเสียงเรียบนิ่ง “บางทีอาจจะเกิดเรื่องที่เราไม่รู้ระหว่างพวกนางสองคนก็ได้และด้วยสาเหตุที่ไม่รู้อย่างไรเสียก็ไม่ควรแสดงความคิดเห็นตีตนไปก่อนไข้ หว่านโหรวทราบดีว่าควรจัดการเยี่ยงไร”