“ก็ได้เพคะ” โจวยวนเบะปากอย่างอดไม่ได้ ถึงแม้จะไม่พอใจแต่ก็มิได้ขัดคำพูดของมู่ชิงเหยียน
ทั่วทั้งอาณาบริเวณเงียบสงบลง
ภายใต้การจ้องมองอย่างกดดันของเจียงหลีนั้นมู่หว่านโหรวก็ค่อยๆ เดินเข้าใกล้แล้วยืนประจันหน้านาง
“องค์หญิงอันผิงยอมรับคำท้านางจริงๆ ด้วย!”
“ไว้หน้านางเกินไปแล้ว!”
“ชู่ว อย่าเอ็ดไป องค์หญิงอันผิงก็แค่ไม่พอใจที่นางอวดดีจึงเตรียมสั่งสอนนางเท่านั้น”
“จริงด้วย ต้องเป็นเช่นนี้แน่ๆ”
“…”
การสนทนาเซ็งแซ่โดยรอบหยุดทันทีเมื่อมู่หว่านโหรวเปิดปากพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งและมองไปยังเจียงหลีด้วยสายตาเย็นชา “เจ้าช่างสร้างความประหลาดใจให้ข้ามากจริงๆ เจ้าก้าวหน้ารวดเร็วก็จริงแต่นั่นกลับไม่ควรเป็นต้นทุนที่น่าภูมิใจของเจ้า”
“คราวหน้าหากข้าว่างไว้จะมาฟังคำสอนขององค์หญิงอีก แต่วันนี้ขอให้องค์หญิงโปรดชี้แนะโดยมิต้องออมมือด้วยเพคะ” เจียงหลีพูดยิ้มแหะๆ ไม่เคืองโกรธในน้ำเสียงท่าทางถือตัวกับนางเลยสักกระผีก
มู่หว่านโหรวขมวดคิ้วเล็กน้อยอย่างไม่เข้าใจนัก “เจ้ามั่นใจในตนเองหรือ”
“หนทางการฝึกฝนช่างยากลำบาก หากไม่มั่นใจในตนเองแล้วจะเดินต่อไปได้เยี่ยงไร” เจียงหลีตอบกลับอย่างไม่ยี่หระ
การต่อปากต่อคำของนางทำให้คนรู้สึกถึงว่านางไม่ชอบมู่หว่านโหรว
ถึงแม่น้ำเสียงนางยังคงดูมีการศึกษาแต่ความขัดแย้งในใจกลับเห็นได้ชัด