“ถุย พวกเจ้าก็ไม่ได้ดีสักเท่าไหร่หรอกเป็นลูกแหง่เหมือนกันหมด ใช้ยาวิเศษยกระดับขั้นฝึกอย่างนั้นหรือ”
“พวกสุนัขรับใช้”
“เจ้าด่าใครฮะ ที่นี่คืองานฤดูล่าสัตว์ไม่มีการแบ่งชนชั้น”
“…”
การปะลองของคนๆ เดียวกลายเป็นสงครามน้ำลายของทั้งสองฝ่าย
“หุบปาก” มู่หว่านโหรวขมวดคิ้วตวาดลั่น
ขณะเดียวกันเจียงหลีก็ยกมือขึ้นหยุดอารมณ์คุกรุ่นของฝั่งสถาบันไป๋หยวน
ทั้งสองฝ่ายจึงสงบสติอารมณ์แต่กลับจ้องตากันอย่างไม่มีใครยอมใคร
ถ้าหากสายตาสามารถฆ่าคนได้เกรงว่าที่แห่งนี้โลหิตคงไหลหลั่งจนกลายเป็นแม่น้ำไปแล้วล่ะ
จิ่งเยี่ยมีสีหน้าร้องไห้ไม่ออกหัวเราะไม่ได้แต่กลับสะใจแทนน้องสาว ดูแล้วนางใช้ชีวิตในสถาบันไป๋หยวนได้ไม่เลวทีเดียว
“งานวสันต์ฤดูล่าสัตว์มีเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ซึ่งกันและกัน หากองค์หญิงอยากแลกเปลี่ยนกับข้าก็มาเถอะ ส่วนคนอื่นหากต้องการแลกเปลี่ยนก็ไปนัดหมายการประลองกันเอง” เจียงหลีกล่าวอย่างแย้มยิ้มแล้วถอยออกมาก่อนหนึ่งก้าว
มู่ชิงเหยียนกระตุกมุมปากแล้วลุกออกมาเช่นกัน
คนก่อเรื่องทั้งสองฝ่ายต่างก้าวออกมา ส่วนคนอื่นก็ทยอยถอยหลังปล่อยให้ทั้งสองได้แสดงฝีมือ
ในขณะที่ลู่เสวียนกำลังจะถอยไปก็กล่าวกับเจียงหลีขึ้นมาเบาๆ “มู่ชิงเหยียนเป็นหนึ่งในอัจฉริยะทั้งสิบแห่งเมืองหลวง น่าจะฝึกถึงหลิงเจี้ยงขั้นสองแล้ว”