แม้แต่เชื้อพระวงศ์ต่างก็เป็นบุคคลที่ต้องปฏิบัติอย่างระมัดระวัง พวกเขาจะไปหาเรื่องได้อย่างไร
“แม่นางน้อย พวกเราผิดไปแล้ว พวกเรามีตาหามีแววไม่ ท่านผู้ยิ่งใหญ่มีพลังกล้าแกร่ง ปล่อยพวกเราไปเถอะ” หัวโจกอันธพาลตบหน้าตัวเองอย่างเอาเป็นเอาตายร้องขอชีวิตไม่หยุดหย่อน
ผู้คนโห่ร้องทั่วสารทิศอย่างหยามเหยียดพฤติกรรมเยี่ยงนี้ของพวกเขา
แต่ทว่าพวกเขาไม่กล้าพูดสิ่งใดออกไปและไม่อยากผูกความแค้นกับหลิงเจี้ยงอายุสิบสามเช่นเดียวกัน
มุมปากของเจียงหลีเจือรอยยิ้ม หรี่ตาจึงทำให้มองไม่ออกว่านางกำลังอยู่ในอารมณ์ไหน
ขณะเดียวกันคนที่ให้ความสนใจกับเรื่องนี้กลับรู้สึกประหลาดใจ สาวน้อยในอาภรณ์สีดำผู้นี้ไฉนถึงมีพรสวรรค์เก่งกาจเยี่ยงนี้ การฝึกตนก็ดูไม่อ่อนแอกลับไม่แสดงให้เห็นถึงอารมณ์หลงทะนงตนเลยสักนิด
พรสวรรค์น่าอัศจรรย์ การฝึกฝนไม่อ่อนแอแต่กลับยังสามารถรักษาพื้นฐานจิตใจ ไม่หยิ่งผยองหรือหุนหันพลันแล่น
เมื่อนึกถึงข้อนี้ สายตาของฝูงชนที่มองเจียงหลีก็เปลี่ยนไป
“รู้สำนึกแล้วหรือ” เจียงหลีเก็บพลัง ยิ้มอ่อนเอ่ยถาม
เสียงร้องขอชีวิตพลันหยุดชะงัก
พวกอันธพาลพยักหน้าอย่างรู้ความราวกับไก่ที่กำลังจิกกินข้าว
“ไสหัวไป” เจียงหลีตะคอกใส่หนึ่งคำ
ฝูงชนหน้าถอดสี คำนี้คำเดียวราวกับหิมะถล่มผืนปฐพี ทรงพลังเคร่งขรึมที่ใครก็มิอาจต่อต้านหรือมิอาจลบหลู่ได้
คนที่คุกเข่าพากันตะเกียกตะกายหายไปต่อหน้าต่อตาเจียงหลี