เจียงหลียังคงยืนเอามือไพล่หลังตรงอยู่อย่างเดิม
ตัวเล็กบอบบางแต่กลับทำให้ผู้คนมองข้ามไม่ได้ง่ายๆ ขณะนั้นเองนางกลายเป็นแสงเปล่งประกายที่สุดดำรงไว้ซึ่งงานฤดูล่าสัตว์
“พรสวรรค์น่าตื่นตะลึง พื้นฐานการฝึกฝนรวดเร็ว บุคลิกกล้าหาญสุขุม อารมณ์ใจเย็นและรอยยิ้มแฝงไปด้วยพลัง แม่นางผู้นี้สามารถทะยานสู่สวรรค์ชั้นเก้าฟ้าได้แน่นอน” หรงจิ่งเอ่ยเบาๆ
เขาปกปิดความชื่นชมในใจเอาไว้ไม่มิดและไม่มีผู้ใดกล้าท้วงติงในคำพูดของเขา เพราะคุณชายท่านนี้ได้รับความเคารพเชื่อถือจากผู้คน ไม่เพียงเพราะพรสวรรค์การฝึกตนของเขาเท่านั้นแต่ด้วยเพราะสายตาคู่นั้นของเขาแหลมคมมองทะลุปรุโปร่งทุกสิ่งอย่างอีกด้วย
…
“นางไปถึงขั้นหลิงเจี้ยงแล้วจริงๆ ด้วย” มู่หว่านโหรวพึมพำออกมา
ความตกตะลึงในใจมีเพียงนางคนเดียวที่รู้ ตอนที่เจอเจียงหลีครั้งแรกการฝึกของนางพึ่งจะขั้นที่เท่าไหร่เอง ผ่านไปแค่ไม่กี่เดือนนางกลับทะลุถึงขั้นหลิงเจี้ยงได้
มู่หว่านโหรวหรี่ตาลงเล็กน้อย เมื่อก่อนนางอาจจะไม่เห็นเจียงหลีอยู่ในสายตา แต่ตอนนี้นางกลับพบว่า นางทาสตระกูลลู่คนนี้ดึงดูดความสนใจของนางสำเร็จแล้ว
“นางเก่งกาจขนาดนี้ข้าสู้นางไม่ไหวหรอก” ต่อหน้าพวกพี่สาวโจวยวนไม่มีอะไรต้องปิดบัง นางจึงเอ่ยขอร้อง “พี่ชิงเหยียน ท่านพี่ช่วยข้าสั่งสอนนางหน่อยสิเจ้าคะ”
ในที่สุดสายตาของมู่ชิงเหยียนก็ละออกจากการจ้องมองจิ่งเยี่ย