“ใครว่าไม่ใช่ล่ะ ไม่ต้องเอ่ยถึงนางหรอก สิบผู้องอาจแห่งเมืองหลวงอยู่ที่นี้ เราทั้งหลายก็มาเพื่อถูกบดขยี้ให้แหลกเป็นจุลได้เฉกเช่นกัน”
“อย่างไรเสียแม่เด็กน้อยผู้นี้นับว่าโชคร้ายยิ่งนัก มาถึงก็ถูกพวกนี้รังแกจนกลัวหัวหดเสียแล้ว”
“เหอะๆ ถือว่าได้รับการสั่งสอนก็แล้วกัน ตอนที่ไร้ศักยภาพบางสถานที่อย่างไรเสียก็ไม่ต้องสาระแนเข้ามาง่ายๆ”
“พี่ชายท่านนี้กล่าวไว้ไม่มีผิด ตอนที่ไร้ศักยภาพ บางสถานที่ง่ายต่อการเข้าไปก่อกวน แต่ก็ทำได้แค่ขายหน้าเพียงเท่านั้น” ทันใดนั้นเจียงหลีเบือนสายตามองคนที่กำลังพูดอยู่ด้วยใบหน้ายิ้มจนตาหยี
คนที่พูดเป็นเพียงหนึ่งในบรรดาผู้คนที่ล้อมรอบ เมื่อเห็นสาวน้อยชุดดำกล่าวเช่นนี้จึงแสดงสีหน้ากระอักกระอ่วนเล็กน้อย
แต่ทว่าที่เจียงหลีพูดจาอ่อนน้อมถ่อมตนเยี่ยงนี้ยังแค่พูดซ้ำคำที่เขากล่าวมาจึงทำให้เขาอยากบันดาลโทสะแต่ก็ทำมิได้
เมื่อเจียงหลีกล่าวประโยคนั้นจบจึงหันสายตามองไปยังร่างพวกคนที่แกว่งปากหาเสี้ยนกับนาง “ที่ข้าพูดไปเมื่อครู่นี้หมายถึงพวกเจ้าต่างหากล่ะ”
“เจ้าหมายความว่าอย่างไร” หัวโจกผู้นั้นเผยสีหน้าถมึงทึง เขาถูกเจียงหลียั่วโมโหได้อย่างง่ายดาย
อันที่จริงก็มิอาจโทษพวกเขาที่ความอดทนต่ำหรอก เพียงแต่สีหน้าของเจียงหลีในขณะที่กำลังพุดประโยคนั้นมันช่าง…จริงๆ
บรรดาคนที่มาหาเรื่องมองเจียงหลีด้วยสายตาดูถูกเหยียดหยามความโกรธเดือดดาลในใจปุดๆ