เหอะ นางเด็กคนนี้คิดว่าตัวเองเป็นต้นหอมจริงๆ หรืออย่างไร ถึงได้เสนอหน้ามาปากดีใส่พวกเขาอีกทั้งยังมองพวกเราราวกับมดก็มิปาน
“เด็กน้อย ที่บ้านไม่มีใครเคยบอกเจ้าหรือว่าขี้โม้โอ้อวดเกินไปมักมีจุดจบที่น่าสมเพช” คนที่มาหาเรื่องยิ้มกัดฟันกรอดๆ
เจียงหลีกลับไม่แสดงสีหน้าหวาดหวั่นดั่งที่พวกเขาคิด อีกทั้งยังพยักหน้าเคร่งขรึม “จริงด้วย ขี้โม้โอ้อวดเกินไปจะเป็นภัยโดยง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกที่ไร้ความสามารถแถมยังขี้โม้โอ้อวดคงมีจุดจบน่าสมเพชเป็นแน่”
“…”
“…”
พวกที่มาหาเรื่องอึ้งไปชั่วขณะ
ฝูงชนเกิดความโกลาหล
ในที่ไกลออกไปมีกลุ่มวัยรุ่นกลุ่มเล็กๆ กระจายอยู่สองสามกลุ่ม แม้พวกเขาจะไม่ได้เข้ามายืนร่วมวงได้แต่ก็กำลังให้ความสนใจเหตุการณ์ทางด้านนี้เช่นกัน
“อ้าว เป็นเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมที่ชอบแส่หาเรื่องจริงๆ ด้วย” ฉินเทียนอีในอาภรณ์สีแดงกับผองเพื่อนยืนอยู่ด้านหนึ่ง หลังจากที่เห็นเจียงหลีท่ามกลางฝูงชนใบหน้าหล่อเหลาจึงยิ้มขึ้นมาอยากสดใส
คำพูดของเขาทำให้สหายนึกสงสัยจึงอดถามมิได้ “คุณชายรอง ท่านรู้จักเด็กนั่นด้วยหรอ”
ฉินเทียนอียักคิ้วด้วยรอยยิ้มยียวน “ถือว่ารู้จัก”
“เช่นนั้นพวกเราต้อง…” พวกพ้องเสาะถาม เพียงแค่ฉินเทียนอีพยักหน้าพวกเขาก็พร้อมลงมือเพื่อจบงิ้วน้ำเน่าโรงนี้เสียที