นางวางคัมภีร์ชวนเสินอิ่นลงจากนั้นจึงหยิบคัมภีร์ตัดเนื้อของอู๋เชียนขึ้นมาศึกษา “หัตถ์เทพเด็ดดารา” แต่ทว่าเมื่อนางอ่านคัมภีร์วรยุทธ์เล่มนี้จบกลับมีสีหน้าเย็นยะเยือกและแสยะยิ้ม “ตาสุนัขเฒ่าอู่เชียนจิตใจต่ำช้าจริงๆ”
พลังของหัตถ์เทพเด็ดดาราแกร่งกล้า มิฉะนั้นคงไม่ได้เป็นวรยุทธ์ของชั้นเอกขั้นสามหรอก เมื่อฝึกฝนถึงขั้นสูงสุดสามารถเอื้อมมือเด็ดดวงดาราลงมาได้ แน่นอนว่านี่เป็นเพียงคำอธิบายเท่านั้น ตามที่เขียนในคัมภีร์ฝึกฝนวรยุทธ์นี้สามารถรับเอาสรรพสิ่งกลางอากาศได้ แม้ระยะห่างมากกว่าร้อยจ้างก็สามารถเด็ดหัวคนได้
แต่ทว่าปฏิกิริยาตอบโต้นั้นรุนแรงมาก ถ้าหากพลังวิญญาณร่างของตนไม่แกร่งกล้าและการป้องกันไม่ดีพอ พลังอันรุนแรงนี้อาจย้อนกลับเข้าตัว รู้สึกเสมือนฆ่าพันคนแต่ตนเองสูญเสียไปแปดร้อยคน
อู๋เชียนเลือกคัมภีร์เล่มนี้ให้กับนางเห็นได้ชัดว่ามีเจตนาชั่วร้าย
เจียงหลียิ้มเยือกเย็นเย้ยหยันในใจ “โชคดีที่สุนัขเฒ่าไม่รู้ว่าวิญญาณยุทธ์ที่สองของข้าเป็นประเภทป้องกัน อีกทั้งยังเป็นเจ้าเต่าน้อยน่ารักเสวียนกังกุยอีกด้วย แผนการนี้ของเขาเกรงว่าจะเปล่าประโยชน์เสียแล้ว
เมื่ออ่านถึงตอนสุดท้าย ทันใดนั้นเจียงหลีก็รู้สึกว่าวิชาหัตถ์เทพเด็ดดารานี้ช่างคุ้นตายิ่งนัก หลังจากที่ปฏิกิริยาตอบสนองนางถึงนึกขึ้นมาได้ว่าหลิงไซว่ที่ไล่ล่านางในอาณาเขตหลิงอู่กระบวนท่าที่พุ่งมาจับตัวนางมิใช่หัตถ์เทพเด็ดดาราหรอกหรือ