สำหรับนาง เรื่องบุพเพสันนิวาส ไม่มีชอบหรือไม่ชอบ มีเพียงคู่ควรหรือไม่คู่ควร
“ดูต่ออีกหน่อยเถอะ หวังว่าเขาจะไม่ทำให้ข้าผิดหวังอีก” มู่หว่านโหรวพูดอย่างเย็นชา นางมองมู่ชิง เหยียนแล้วพูดเตือนประโยคหนึ่ง “ชิงเหยียน เจ้ามีศักดิ์เป็นถึงองค์หญิง ฐานะของเขายากที่จะคู่ควรกับเจ้า เจ้าคิดว่าเสด็จลุงจะยอมรับเรื่องของเจ้ากับเขาไหม”
พูดจบ นางก็หันตัวเดินจากไป แขนเสื้อพลิ้วไหว ราวกับนางฟ้าบนดวงจันทร์
รอยยิ้มของมู่ชิงเหยียนค่อยๆ หุบ ในที่สุดก็เปลี่ยนเป็นความกลุ้มใจ ที่นางคิดอยู่ตอนนี้ไม่ใช่เรื่องที่เสด็จพ่อจะยอมรับจิ่งเยี่ยหรือไม่ แต่คือนางไม่รู้ว่าจะทำให้จิ่งเยี่ยเลิกทำท่าทีขับไล่ไสส่งนางอย่างไร
……
วันที่สอง เจียงหลีมาถึงสถาบันไป๋หยวนแต่เช้า
นางไม่ลืมคำพูดของหนานอู๋เฮิ่น
เพิ่งเดินมาถึงประตูสถาบัน เจียงหลีก็เห็นหนานอู๋เฮิ่นที่ยืนรอนางอยู่ตรงนั้น
เห็นนางมาถึงแล้ว หนานอู๋เฮิ่นก็เดินลงบันได้มาทีละขั้น เดินมาอยู่ตรงหน้าเจียงหลี “ตรงต่อเวลามาก”
“แน่นอนอยู่แล้ว” เจียงหลียิ้ม หนานอู๋เฮิ่นจะพานางไปหาเรื่องที่สำนักหลิงอู่ นางจะมาสายได้อย่างไร
“ไปกันเถอะ” หนานอู๋เฮิ่นพูด เดินนำหน้า เจียงหลีหันมามอง รีบตามเขาไปสำนักหลิงอู่
ไปถึงสำนักหลิงอู่แล้ว ถือโอกาสถามเรื่องเจียงเฮ่าสักหน่อย เจียงหลีพูดในใจ
ไม่นาน ทั้งสองก็มาถึงสำนักหลิงอู่
หนานอู๋เฮิ่นตะโกน “อู๋เชียน ข้ามาทวงหนี้แล้ววว!”