“เจ้าจะไปรู้อะไร วิญญาณยุทธ์ที่อยู่ในวัยเด็กหลอมรวมเข้ากับเจ้าของ เสริมสร้างการเติบโตของกันและกัน ไม่เพียงแต่จะแสดงศักยภาพของกันและกันได้ถึงขีดสุดและยังทำให้การหลอมรวมกันลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น” ไป๋เซี่ยงเลี่ยพูดต่อ “เฉิงเอ๋อร์ ถึงเวลาแล้วที่เจ้าควรจะหลอมรวมเข้ากับวิญญาณยุทธ์ที่สอง ประจวบเหมาะกับที่เจ้าก็เป็นประเภทป้องกันเหมือนกัน เสวียนกังกุยนี้เตรียมมาเพื่อเจ้าจริงๆ!”
ชายหนุ่มดีใจ รีบพูดว่า “ขอบคุณขอรับอารอง”
“ฮ่าๆๆๆ ไม่ต้องเกรงใจ เจ้าเป็นหลานชายของข้า ข้าก็ต้องดูแลเจ้าอยู่แล้ว” ไป๋เซี่ยงเลี่ยหัวเราะเสียงดังแล้วพูด
ในคำพูดเหมือนว่าเสวียนกังกุยเป็นสัตว์ที่อยู่ในกระเป๋าของพวกเขาแล้ว จะจัดการอย่างไรก็ตามแต่พวกเขา
เจียงหลีแววตาเย็นชาเล็กน้อย บนใบหน้าเล็กๆ มีความเยือกเย็น
รับรู้ได้ว่าเจียงหลีอารมณ์เปลี่ยนไป เจียงเฮ่าพูดปลอบโยนเสียงเบา “อาหลี เจ้าไม่ต้องไปสนใจคำพูดของคนอื่น เจ้าอยากได้เสวียนกังกุยตัวนี้ พี่ก็จะช่วยเจ้าแย่งชิงมันมา”
แย่ง?
เจียงหลีเงยหน้ามองไปที่การต่อสู้ที่ดุเดือด แย่งอย่างไร ด้วยศักยภาพของนางและเจียงเฮ่า อย่าพูดถึงว่าจะรับมือกับชาวเป่ยโหรวเลย เกรงว่ายังไม่ถึงที่ต่อสู้ก็โดนคนอื่นฆ่าตายก่อน
อ่อนแอก่อนไป! ยังอ่อนแอเกินไป
เจียงหลีอึดอัดใจมาก ไม่พอใจกับศักยภาพของตัวเองในตอนนี้
เรื่องอื่นยังไม่ต้องพูด อย่างไรก็ต้องได้เสวียนกังกุยมา! เจียงหลีตัดสินใจ
แย่ง คงเป็นไปไม่ได้