ชาวเป่ยโหรวเดินตามเขาผ่านด้านข้างสองพี่น้องไป ในตอนที่ชายวัยรุ่นคนนั้นที่อยากหลอมรวมเข้ากับเสวียนกังกุยเดินผ่านข้างตัวเจียงหลี ยังยิ้มเยาะเย้ยด้วยสายตาที่เหยียดหยามอีกด้วย
เห็นสีหน้าของเขา เจียงเฮ่าหรี่ตาทั้งสองข้างที่อยู่ใต้หน้ากาก ปล่อยรังสีอำมหิตที่ดุดันผ่านดวงตา
ชาวเป่ยโหรวรีบเข้าร่วมการต่อสู้เพื่อแย่งชิงเสวียนกังกุยโดยที่ไม่สนใจทั้งสองคน
พวกเขาไม่รู้ว่าเจียงหลีมีแผนอะไร แต่ก็รู้ว่าด้วยพละกำลังของทั้งสองคนไม่สามารถเข้าใกล้เสวียนกังกุยได้
“ตามแผนที่วางไว้ ถ้าหากว่าเจ้าแบกรับไว้ไม่ไหวก็ถอย ไม่ต้องสนใจข้า” เจียงหลีมองเจียงเฮ่าอย่างจริงจัง
เจียงเฮ่ากลับตอบว่า “อาหลีทำหน้าที่ของเจ้าไป ที่เหลือข้าจัดการเอง”
ท่าทางที่ดื้อรั้นของเขา ทำให้เจียงหลีทำอะไรไม่ได้ แต่ก็จะไม่เสียเวลาอีกแล้ว
ทั้งสองย่องเข้าไปอย่างเงียบๆ ค่อยๆ เข้าใกล้การต่อสู้แล้วรอจังหวะ
ด้วยจำนวนของคนที่เข้าร่วมการแย่งชิง เสวียนกังกุยรับมือมั่วไปหมด คนพวกนี้ทำอะไรมันไม่ได้ แต่ก็ทำให้มันรำคาญมากเหมือนกัน
ขาทั้งสี่เหยียบย่ำไม่หยุด สั่นสะเทือนจนหนองน้ำเป่ยยวนพุ่งขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง
“โอกาสมาถึงแล้ว!”
ทันใดนั้น ในตอนที่กระดองของเสวียนกังกุยเข้าใกล้ในทิศทางของพวกเขาทั้งสอง เจียงหลีหรี่ตาทันที ร่างกายกระโดดออกไปราวกับสายฟ้าฟาด และมาอยู่บนกระดองของเสวียนกังกุยอย่างรวดเร็ว