กลัวว่าจะพลาดตำแหน่งที่แน่นอนไป เขาก็เลยเปลี่ยนแผน คนหนึ่งไปยืนยันตำแหน่งของเสวียนกังกุย
ระหว่างทางที่มาถึงที่นี่ เขาได้พบกับวิญญาณยุทธ์ที่แข็งแกร่ง ได้ทำการสังหารมาตลอดทาง ทำให้โรคเก่าของร่างกายกำเริบ
“นายน้อย ในเมื่อหาเสวียนกังกุยเจอแล้ว พวกเราก็ออกไปกันเถอะ ร่างกายของเนี่ยนซือ อยู่ในอาณาเขตหลิงอู่เสียเปรียบมากจริงๆ แล้วร่างกายของท่านก็อ่อนแออยู่แล้วด้วย” ลู่จ้านพูดด้วยความร้อนใจ
แต่ลู่เจี้ยกลับพูดว่า “ไม่ได้ ยังต้องหาวิธีนำข่าวคราวของเสวียนกังกุยไปบอกหลีเอ๋อร์”
“นี่มัน……” ลู่จ้านขมวดคิ้ว
พวกเขาเข้าสู่อาณาเขตหลิงอู่ ก็ปิดบังเจียงหลีไว้ แล้วตอนนี้จะเอาเรื่องนี้ไปบอกนางอย่างไร
“เจ้าไปหาคนมาสองคน ให้พวกเขาเอาเรื่องของเสวียนกังกุยเผยแพร่ออกไป” ลู่เจี้ยพูดเสียงเบา
“แต่ว่าหากทำเช่นนี้ คงจะทำให้คนที่อยากได้เสวียนกังกุยมากันมากมาย” ลู่จ้านมีความลังเล
ลู่เจี้ยยิ้มเล็กน้อย “ไม่มีปัญหา ต้องผ่านการฝึกฝนอย่างหนักที่เหมาะสม มีพวกเราคอยแอบดูอยู่ เจียงหลีก็จะไม่เป็นอะไร เสวียนกังกุยถูกกำหนดมาให้เป็นวิญญาณยุทธ์ตนที่สองของหลีเอ๋อร์”
ลู่จ้านทอดถอนใจ
ดูท่าแล้ว นายน้อยของเขาถ้าไม่เห็นว่าเจียงหลีผสานเข้ากับวิญญาณยุทธ์ตนที่สองสำเร็จก็จะไม่ออกจากอาณาเขตหลิงอู่
……
อีกด้านหนึ่งของอาณาเขตหลิงอู่ เจียงเฮ่าวิ่งออกมาจากฝูงวิญญาณยุทธ์ที่แข็งแกร่ง ยืนตรงหน้าเจียงหลี ส่ายหัวไปมา