หากมิใช่พวกเขา นางจะมาตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ได้อย่างไร
“คือว่า…ข้าเพียงแต่ผ่านมาเท่านั้น…ไม่ได้มีเจตนาร้ายใด…เหอะๆ…” เจียงหลีแสยะยิ้ม หวังว่าวิญญาณยุทธ์เหล่านี้จะไม่ลงมือกับตน
แต่น่าเสียดายที่ วิญญาณยุทธ์เหล่านี้ไม่ได้รับรู้ถึงความเป็นมิตรจากรอยยิ้มของนาง หลังจากคำรามแล้ว ต่างก็พุ่งกระโจนเข้ามาหาเจียงหลีที่อยู่บนสันหลังเหมิงหนิวนั้น
โธ่เอ้ย!
เจียงหลีดวงตาเบิกกว้าง สองเท้าเหยียบอย่างแรง แล้วกระโดดลงจากหลังเหมิงหนิว
มอ…!
ความแรงนั้น ทำให้เหมิงหนิวเจ็บปวดจนร้องออกมา เท้าหน้าก็คุกเข่าลง ทิ่มไปบนพื้นอย่างจัง แล้วกลิ้งไปข้างหน้าสองสามตลบ ก่อกวนฝีเท้าวิญญาณยุทธ์เหล่านั้น
ส่วนเจียงหลี หลังจากลอยกลางอากาศแล้ว ก็รีบปลดปล่อยเลี่ยเทียนซื่อ
นางหวังว่า ใช้เลี่ยเทียนซื่อเข้ากดดัน จะสามารถสยบวิญญาณยุทธ์เหล่านี้ได้
เป็นจริงดังนั้น เมื่อแสงสีทองด้านหลังนางได้เปล่งประกายออกมา เมื่อรูปร่างอันมหึมาของเลี่ยเทียนซื่อลอยอยู่ด้านหลัง เหล่าวิญญาณยุทธ์ที่เดิมทีจะจู่โจมนางก็เผยความหวาดกลัวขึ้นมาในดวงตา
พวกมันไม่กล้าเข้าใกล้ ทำได้เพียงถอยหลังไปเรื่อยๆ
อำนาจความกดดันของเลี่ยเทียนซื่อนั้น ส่งผลต่อกลุ่มวิญญาณยุทธ์เหล่านี้ ทำให้พวกมันสงบลงจากความบ้าคลั่ง
“เจียงหลี จะหนีไปไหน”
เสียงตะคอกที่ลอยมาทันใดนั้น ทำให้เจียงหลีกลอกตาไปดู เมื่อเห็นสามคนนั้นที่ตามกัดไม่ปล่อย สายตานางก็เหมือนดั่งมีดดาบ