เจียงหลีฟังออกว่าคนที่พูดนั้น ก็คือคนที่เอ่ยปากเมื่อครู่ และเป็นคนที่ลงมือเมื่อครู่เช่นกัน
เงามายาของเลี่ยเทียนซื่อ ล่องลอยอยู่ด้านหลังของเจียงหลี นางเพิ่งจะลุกขึ้นมาจากพื้น ก็รู้สึกว่าเสียงทะลวงอากาศมากมายลอยมาข้างหู แล้วตกอยู่รอบๆ ตน
แสงสีทองค่อยๆ สลายไป เงาของเลี่ยเทียนซื่อก็จางหายไปจากด้านหลังของเจียงหลี ส่วนนาง สายตาอันแหลมคมก็มองไปยังกลุ่มคนที่ล้อมนางเอาไว้
“เจ้าเป็นใคร ทำไมถึงมาแอบดูพวกเรา” เด็กหนุ่มที่ถือลูกเก็บวิญญาณไว้ก่อนหน้านั้นเอ่ยถามอย่างดุร้าย
คนอื่นๆ ที่เหลือ อายุเท่าๆ กับเขา ในเวลานี้ก็ใช้สายตาที่สงสัยและระแวดระวังมองดูนาง
มีเพียงหนึ่งคน เป็นชายวัยกลางคน เขาพิจารณาดูเจียงหลี กล่าวอย่างเชื่องช้า “สามารถใช้เลี่ยเทียนซื่อเป็นวิญญาณยุทธ์ที่หนึ่งได้ คิดว่าแม่นางก็คงจะมาจากตระกูลใหญ่เช่นกัน”
เจียงหลีดวงตาเป็นประกาย รู้ว่าเขาเข้าใจผิดตัวตนของนางเพราะเลี่ยเทียนซื่อ เพียงแต่ นางไม่อยากจะอธิบาย จึงได้เลยตามเลยให้พวกเขาเข้าใจผิดกันต่อไป
เห็นว่านางไม่พูดอะไร ชายวัยกลางคนก็ยิ้มเล็กน้อย ยกมือขึ้นบอกเด็กหนุ่มเหล่านั้น “แค่เข้าใจผิดเท่านั้น”
ต่อจากนั้น เขาก็กล่าวกับเจียงหลีว่า “แม่นาง เจ้ามาฝึกฝนในอาณาเขตหลิงอู่ และหาวิญญาณยุทธ์ที่เหมาะสมไปด้วยใช่หรือไม่”
เจียงหลีกลอกกลิ้งดวงตา แล้วเผยรอยยิ้มออกมาทันใด พยักหน้าแล้วกล่าว “ใช่! ท่านอา”