“อารอง อย่าไปฟังนางพูดพล่ามเลย หากนางมาจากตระกูลใหญ่ จะมาปรากฏตัวอยู่ตรงนี้เพียงลำพังได้อย่างไร” เด็กหนุ่มที่ถือลูกเก็บวิญญาณอยู่สีหน้าไม่เชื่อ ในดวงตายังไม่สลัดความระแวงต่อเจียงหลีออกไป
แต่ทว่า ชายวัยกลางคนกลับส่ายหน้า วิญญาณยุทธ์ของเลี่ยเทียนซื่อนั้นไม่สามารถหลอกคนได้ วิญญาณยุทธ์ระดับนี้ ไม่มีพลังอำนาจของตระกูลที่แข็งแกร่ง ใช้เพียงกำลังของตนนั้นยากที่จะได้มาได้
แน่นอนว่า คำที่เด็กหนุ่มกล่าว เขาก็ใช่ว่าจะไม่ได้รับฟัง “แม่นาง เจ้าเข้ามาในอาณาเขตหลิงอู่นี้คนเดียวหรือ”
“ไม่อยู่แล้ว!” เจียงหลีตอบกลับอย่างตรงไปตรงมา “ข้าเพียงแต่พลัดหลงกับพวกเขาเท่านั้น เมื่อครู่บังเอิญได้ยินเสียง จึงได้เข้ามาดู”
คำพูดของนางคลุมเครือนัก ง่ายต่อการทำให้คนอื่นรู้ว่านางคิดอะไร
เป็นจริงดังนั้น ชายวัยกลางคนหัวเราะอย่างปลดปล่อยขึ้นมา “เป็นเช่นนี้นี่เอง แม่นาง มาจากเมืองใดหรือ”
“ทำไมถึงเป็นพวกเจ้าที่ถามข้าตลอดเลยล่ะ พวกเจ้าเล่ามาจากที่ใด” เจียงหลีขมวดคิ้วแล้วถามกลับ
ท่าทางเช่นนั้น ไม่มีท่าทีร้อนตัวหรือเกรงกลัวใดๆ ความเด็ดเดี่ยวนี้ ทำให้ชายวัยกลางคนนั้นเชื่อว่า เด็กสาวที่มีท่าทางบุคลิกเช่นนี้ พื้นเพนั้นจะต้องไม่ธรรมดาแน่นอน
“เหอะๆ ข้าละเลยเอง พวกข้ามาจากเป่ยโหรว” ชายวัยกลางคนกล่าว
เป่ยโหรว!
เจียงหลีแอบตกตะลึงอยู่ในใจ