เจียงหลีกลับส่ายหน้าอีก “ออกจากอาณาเขตหลิงอู่แล้ว ไม่แน่ว่าเราอาจจะไม่ได้พบหน้ากันอีกเลยทั้งชีวิต แล้วจะต้องถามให้มากความไปใย”
จากนั้น นางก็ล้วงลูกธนูส่งเสียงออกมา พึมพำอย่างรำคาญ “ยุ่งยากเสียงจริง ก็แค่มาดูด้วยความสงสัยเท่านั้น ยังจะต้องถามนู่นถามนี่ ข้าจะต้องรีบไปรวมตัวกับพวกเขาแล้ว”
เห็นว่านางจะปล่อยลูกธนูส่งเสียง ชายวัยกลางคนก็รีบกล่าว “แม่นาง ในเมื่อเจ้าไม่ยอมบอกที่มาของเจ้า พวกข้าก็จะไม่คาดคั้น ขอลา! ”
พูดจบ เขาก็ส่งสายตาให้คนอื่นๆ แล้วพาทุกคนถอยไปอย่างช้าๆ
เมื่อพวกเขาไกลออกไปแล้ว เจียงหลีก็หัวเราะเยาะอย่างไร้เสียง แล้วเก็บลูกธนูส่งเสียงกลับเข้าไป
นางรู้อยู่แล้วว่าฝั่งตรงข้ามไม่กล้าลงมือ ที่นี่เป็นอาณาเขตหลิงอู่ ไม่อาจสังหารนางจริงๆ ได้ หากบุ่มบ่ามลงมือไป พวกเขาก็กังวลว่า จะล่วงเกินตระกูลที่มิควรล่วงเกินเข้า
นี่เป็นเพียงเหตุการณ์แทรกเล็กๆ ที่เกิดขึ้นเท่านั้น กลับทำให้เจียงหลีพบความซับซ้อนของอาณาเขตหลิงอู่
ในนี้ ไม่ได้มีเพียงคนของสถานบันไป๋หยวน หรือว่าอาณาจักรโฮ่วจิ้นเท่านั้น
เจียงหลีเดินจากไป และไปตามหาร่องรอยของเสวียนกังกุยในอาณาเขตหลิงอู่นี้ต่อ ผ่านไปอีกสามวัน เจียงหลีซุ่มอยู่ในที่ลับ แผ่นดินสะเทือน นางเห็นวิญญาณยุทธ์ที่แข็งแกร่งนับไม่ถ้วน วิ่งผ่านบนพื้นที่ราบ ภาพนั้นช่างน่าตะลึงยิ่งนัก