ทันใดนั้นเอง หนึ่งในนั้นก็เปิดหมวกออก เผยใบหน้าของเขาออกมา
หากเจียงหลีเห็นใบหน้านี้แล้วจะต้องตกตะลึงเป็นอย่างมากเป็นแน่
“นายน้อยขอรับ นี่พวกเรา…” ลู่จ้านขมวดคิ้ว สีหน้าสงสัยมองไปทางชายหนุ่มข้างกาย
เขาคิดไม่ตกเกี่ยวกับความคิดของนายน้อย
เจียงหลีเข้าสู่อาณาเขตหลิงอู่ตามหาวิญญาณยุทธ์ที่สอง เป็นเรื่องธรรมดาอย่างมาก แต่ทว่า นายน้อยของพวกเขากลับยอมใช้ทรัพยากรมากมายอย่างไม่เสียดาย ตั้งใจสั่งใช้ผู้อาวุโสในตระกูลตัวเองมาสามท่าน เพื่อเปิดประตูทางเข้า ให้พวกเขาสองคนได้ตามเข้ามา เข้ามาไม่ว่า กลับยังไม่เผยหน้าตาอีก นี่หมายความว่าอย่างไรกัน
“วิญญาณยุทธ์เสวียนกังกุยหาไม่ง่ายนัก หลีเอ๋อร์คนเดียวเกรงว่าเวลาจะไม่พอ” เสียงของลู่เจี้ย ลอยมาจากในเงาใต้หมวกคลุม
ใบหน้างดงามของเขา ถูกปิดบังไว้อย่างแน่นหนา มีเพียงขณะที่เขาพูดอยู่ แสงเงาเปลี่ยนแปร จึงจะเห็นริมฝีปากแดงก่ำของเขา
“…” ลู่จ้านงงงวย
ก็ได้ ถึงแม้จะกังวลเรื่องนี้ แต่นายน้อยก็ไม่จำเป็นต้องมาด้วยตนเองนี่! นอกจากนี้ บอกว่าจะไปหาเสวียนกังกุยมิใช่หรือ พอเข้ามา นายน้อยก็ใช้พลังแห่งความนึกคิดตามหาเบาะแสของเจียงหลี แอบติดตาม แต่กลับไม่ให้นางพบ เป็นเพราะอะไรกัน
“ลู่จ้าน” ทันใดนั้น ลู่เจี้ยก็เรียกชื่อเขาขึ้นมา
ลู่จ้านเคร่งขรึมขึ้นมาทันใด “ขอรับ!”