“ในอาณาเขตหลิงอู่นั้น มีวิญญาณยุทธ์อยู่มากมาย พวกเราต่างก็รู้กันว่า หากจะทำการหลอมรวมวิญญาณยุทธ์ มีเพียงสองหนทาง หนึ่งคือการสืบทอดต่อกันในตระกูล ได้รับวิญญาณยุทธ์จากแหล่งทรัพยากรในตระกูล สอง ก็คือเข้าสู่อาณาเขตหลิงอู่ด้วยตนเอง ไล่ล่าวิญญาณยุทธ์ที่เหมาะสมกับตนเอง อาณาเขตหลิงอู่นั้น จะเข้าไปได้เพียงร่างวิญญาณ ฉะนั้นร่างจริงของพวกเจ้าจะอยู่ในสถานบัน มีผู้อาวุโสของสถานบันเป็นคนเฝ้าดูแล เรื่องความปลอดภัยนั้นพวกเจ้าไม่ต้องเป็นกังวลไป แต่ทว่า อาณาเขตหลิงอู่เป็นสถานที่ที่ฆ่าฟันกันอย่างโหดร้าย ในนั้นอาจจะไม่ได้มีเพียงคนของสถานบันไป๋หยวนเท่านั้น ฉะนั้นพวกเจ้าเข้าไปแล้ว จะต้องระมัดระวังตัวให้มาก หากพวกเจ้าถูกวิญญาณยุทธ์สังหารในนั้น หรือถูกคนอื่นสังหาร ถึงแม้จะไม่ถึงตาย แต่ก็มีความเป็นไปได้สูงที่จะทำร้ายรากฐานการฝึกบำเพ็ญของพวกเจ้า ทำลายเนตรญาณพื้นฐานของพวกเจ้าไป…”
เจียงหลีเม้มปากแน่น ตั้งใจฟังคำอธิบายของเฟิงสิงอวิ๋นอย่างตั้งใจ ยังไม่ทันได้เข้าไปในอาณาเขตหลิงอู่ นางก็รู้สึกได้ถึงกฎเกณฑ์การแข่งขันอันโหดร้ายแล้ว
“…นอกจากนั้น ถึงแม้จะเป็นร่างวิญญาณ แต่ก็มีความรู้สึกของความตาย และความเจ็บปวด หากพวกเจ้าไม่อยากสัมผัสกับความรู้สึกของความตายก็ตั้งสติให้ดี ทำให้ตนเองมีชีวิตรอดกลับมาให้ได้” น้ำเสียงของเฟิงสิงอวิ๋นดุร้ายขึ้นมากะทันหัน เหมือนดั่งระฆังยามเช้าที่เคาะตีในใจผู้คน