จากความเข้าใจของเขาเกี่ยวกับลู่เจี้ยแล้ว เขาเป็นคนที่เข้าหายากยิ่งนัก แม้แต่เขาซึ่งเป็นชายหนุ่มที่ทุกคนอยากพบเจอ ก็ต้องขึ้นอยู่กับอารมณ์ของลู่เจี้ยเสียทั้งสิ้น
“พระอาทิตย์ส่องแสงกำลังพอดี มาอาบแดดกันเถอะ” ลู่เจี้ยพูดตามใจคิด
ลู่เจี้ยเก็บความประหลาดใจที่มีต่อเจียงหลีไว้ก่อน ดวงตาดุจน้ำมองไปที่ลู่เจี้ยโดยแฝงไปด้วยรอยยิ้ม “นายน้อยลู่จะยอมประลองยุทธกับข้าเมื่อใด”
เจียงหลียักคิ้ว นี่หรงจิ่งท้าทายลู่เจี้ยจริงหรือ อัจฉริยะผู้โดดเด่นกำลังท้าทายผู้ไร้ประโยชน์ในสายตาผู้คนทั่วไปอย่างนั้นหรือ
“ท่านชายจิ่งต้องการประลองอะไรกับคนป่วยอย่างข้าหรือ” ลู่เจี้ยยิ้มพร้อมกับรินสุราเต็มแก้ว
ปฏิกิริยาเช่นนี้ ทำให้หรงจิ่งถึงกับยักคิ้ว
พอมองไปที่ชุดของเจียงหลีแล้ว ดูเหมือนว่านางจะเป็นสาวใช้ของตระกูลู่ แต่นางกลับนั่งอยู่ข้างๆ นายน้อย แม้กระทั่งเรื่องเล็กน้อยอย่างการรินสุรา ลู่เจี้ยก็ยอมทำเองมากกว่าที่จะเรียกใช้นาง
จากนั้น มองไปที่หญิงสาวชุดดำอีกครั้ง นางนั่งอย่างเป็นธรรมชาติโดยมิได้ระมัดระวังมากเกินไป ยิ่งไปกล่าวนั้นคือ ไม่มีความรู้สึกไม่สบายตัวปรากฎให้เห็นเลย ราวกับว่านางมิใช่สาวใช้ แต่เป็นบุคคลที่มีฐานะเช่นเดียวกับพวกเขา
หญิงสาวผู้นี้พิเศษสำหรับลู่เจี้ยมาก! หรงจิ่งตัดสินในใจ
“ทุกคนล้วนบอกว่าลู่เจี้ยอ่อนแอ แต่ข้าไม่เชื่อ” หรงจิ่งพูดกับลู่เจี้ย