แต่ทว่า เจียงหลีก็ยังคงไม่สบายใจ “เขาเป็นถึงผู้นำของผู้องอาจแห่งเมืองหลวง การฝึกฝนของเขาอยู่ขั้นใดกัน และท่านมาตามนัดเช่นนี้ ไม่กลัวว่าเข้าจะลงมือทันทีเลยหรือ”
“หลีเอ๋อร์ลืมไปแล้วหรือว่าข้าก็ไม่ใช่ผู้บอบบาง” ดวงตาของหลู่เจี้ยแฝงไปด้วยรอยยิ้ม
“…” เจียงหลีพูดไม่ออก
นางไม่รู้ว่าความทรงจำที่มีต่อลู่เจี้ยนั้นคือเครื่องกระเบื้องเคลือบที่เปราะบางจริงๆ หรือไม่ ถึงแม้จะรู้ว่าเขามีทั้งความสามารถในการปกป้องตัวเองและพรสวรรค์สำหรับการวางแผน แต่นางก็ยังคงมีความรู้สึกว่าต้องปกป้องเขาอย่างไม่รู้ตัว
“ข้านึกว่าท่านจะไม่มาเสียแล้ว” เสียงใสๆ ขัดจังหวะการสนทนาระหว่างคนทั้งสอง
เจียงหลีหันไปมองชายหน่มดุลหยกที่อยู่ตรงหน้า ซึ่งอยู่ใกล้มากจนรู้สึกว่าเขาเปรียบไม่ได้กับปุถุชนทั่วไป พลังอำนาจที่ซ่อนอยู่บนร่างกายของเขา พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าการฝึกฝนของเขามิได้ต่ำเลย
พอรับรู้ว่ามีคนมองสำรวจเขาอยู่ หรงจิ่งจึงหันหน้าไปมองหญิงสาวชุดดำที่นั่งอยู่ข้างๆ ลู่เจี้ย ดวงตาของนางสดใสผิดปกติ เผยให้เห็นถึงความมั่นใจในตัวเองที่มีชัยเหนือทุกสิ่ง
แต่อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้หรงจิ่งประหลาดใจยิ่งกว่านั้นไม่ใช่ความพิเศษของหญิงสาวผู้นี้ แต่เป็นการที่นางได้รับอนุญาตให้นั่งข้างลู่เจี้ยและปรากฏตัวอยู่ที่นี่ต่างหาก