แม้ว่านางจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับไป๋หลี่เฟิ่ง แต่ทุกคนล้วนเป็นลูกศิษย์จากสถาบันเดียวกัน เมื่อมีคนมาหาเรื่องถึงถิ่น นางจะทนได้อย่างไร
“ถึงตาข้าแล้ว” นางยืนอยู่ตรงข้ามจิ่งเยี่ยแล้วเอ่ยด้วยเสียงเรียบ
จิ่งเยี่ยชนะเจ็ดรอบติดต่อกัน เหลือนางเพียงคนเดียวแล้วใช่หรือไม่ หากนางแพ้อีกครั้ง ทางฝั่งสถาบันหลิ่งอู่ก็จะได้รับรางวัลชนะเลิศแบบไร้พ่ายเป็นคนแรก
“จิ่งเยี่ยแสดงออกได้ไม่เลวเลยทีเดียว ยึดหยัดมุมานะต่อไป” เสียงของอู๋เชียนลอยเข้ามา
หนานอู๋เฮิ่นกล่าวในเวลาเดียวกันว่า “กุญแจสำคัญของการแลกเปลี่ยนศิลปะการต่อสู้ระหว่างกันคือ การสั่งสมประสบการณ์ เจ้าไม่จำเป็นต้องให้ความสำคัญกับผลแพ้ชนะมากเกินไป” ประโยคนี้ ไม่รู้ว่าพูดให้แก่เจียงหลีที่กำลังอยู่บนสังเวียน หรือเหล่าบรรดาผู้ถูกเลือกที่ได้รับความพ่ายแพ้กันแน่
แต่ทว่า หลังจากเขาพูดจบ ไป๋หลี่เฟิ่งซึ่งวางแผนจะเดินจากไปในตอนแรก ก็หยุดเดินแล้วยืนนิ่งอยู่ด้านล่างสังเวียนพร้อมกับมองดูคนทั้งสองบนสังเวียน
จิ่งเยี่ยมองไปที่เจียงหลีและยังคงนิ่งเงียบเหมือนเช่นเคย
แต่ทว่า บัดนี้เจียงหลีกลับมิได้รู้สึกถึงความมุ่งมั่นที่เขาอยากจะต่อสู้กับตน ในทางกลับกัน อารมณ์ที่เขาแสดงออกมาโดยไม่รู้ตัว กลับทำให้นางมิอาจคาดเดาได้