หนานอู๋เฮิ่นได้ยินคำพูดของพวกเขาทั้งสอง ทำให้รอยยิ้มที่มุมปากยิ่งปรากฏความภาคภูมิใจออกมาให้เห็น
ช่วยไม่ได้ เขาเป็นคนคัดเลือกผู้ถูกเลือกทั้งสองด้วยตัวเอง!
ตู้มมม!
ชิงเฟิ่งได้รับบาดเจ็บ ทำให้ไป๋หลี่เฟิ่งต้องถอยหลังออกไปสองสามก้าว และเมื่อเขาก้าวถอยหลังกลับตกหลุมบนสังเวียนในทุกย่างก้าว
เจียงหลีก็มิได้ถือโอกาสนี้กระหนำซ้ำเติม แต่กลับยืนนิ่งอยู่กับที่และยิ้มตลอดเวลา “ข้าต้องขอโทษที่เลี่ยเทียนซื่อข้าออกแรงหนักไปหน่อย”
“รู้แพ้รู้ชนะภายในท่าเดียวเถอะ” ไป่หลี่เฟิ่งมิได้เกรงกลัวใดๆ พร้อมกับกล่าวอย่างใจเย็น
ทันใดนั้น ร่างลวงตาสีฟ้าก็ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งที่ด้านหลังของเขา วิญญาณยุทธ์ชิงเฟิ่งซึ่งถูกเลี่ยเทียนซื่อฉีกออกเป็นสองชิ้น ได้รวมตัวขึ้นอีกครั้งและปรากฏตัวขึ้นที่ด้านหลังของไป๋หลี่เฟิ่ง
“ไป๋เหนี่ยวเฉาเฟิ่งงง!” ไป๋หลี่เฟิ่งตะโกนชื่อทักษะพรสวรรค์ด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่เต็มไปด้วยความดุดัน
เจียงหลีหรี่ตา แววตาแลดูเคร่งขรึม โดยนางมิได้ประมาทแต่อย่างใด ก้าวยาวถอยหลังด้วยเท้าขวาแล้วปล่อยทักษะพรสวรรค์ของตนออกมาเช่นกัน
“ฉีกเวหาาาาาา!”
ตูมๆๆ!
แสงนับไม่ถ้วนพุ่งเข้าหาชิงเฟิ่ง ราวกับนกนับร้อยตัวรวมตัวกลายเป็นชิงเฟิ่งทรงพลังขนาดใหญ่ยักษ์ ซึ่งมิได้แตกต่างจากร่างขนาดใหญ่ของเลี่ยเทียนซื่อเลย
ชิงเฟิ่งกรีดร้องพร้อมกับกระพือปีกบินไปทางเทียนซื่อที่กำลังจะเข้ามาพิฆาต