“ว่าไปแล้วเจียงหลีแม้ว่าจะยอดเยี่ยมสักเพียงใด แต่คะแนนตอนนี้ยังห่างไกลจากไป๋หลี่เฟิ่งอยู่มาก ในเมื่อยังไม่ถึงขั้นเป็นภัยต่อเขา เหตุใดถึงรีบออกมาเช่นนี้”
“ใช่ ข้าได้ยินมาว่าบุคคลที่อยู่ในอันดับที่สองต้องการท้าประลองกับไป๋หลี่เฟิ่ง แต่เขาก็มิได้ตอบรับคำท้า”
“พวกเขาจะยุ่งเรื่องของคนอื่นทำไมนักหนา ครานี้ไป๋หลี่เฟิ่งปรากฎตัวแล้ว คงจะทำลายตำนานไร้พ่ายที่ออกอาวุธเพียงท่าเดียวได้แล้ว”
“แน่นอน! ทุกคนรู้ว่าไป๋หลี่เฟิ่งเป็นใคร ไม่ว่าเจียงหลีจะเก่งกาจสักเพียงใด ก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา รอดูเถอะ การแข่งขันครั้งนี้คงจะน่าตื่นเต้นอย่างแน่นอนและสุดท้ายไป๋หลี่เฟิ่งจะต้องเป็นผู้ชนะ”
“ข้าก็คิดว่าไป๋หลี่เฟิ่งจะชนะเช่นกัน”
“หากไป๋หลี่เฟิ่งชนะม้ามืดอีกครั้ง เขาก็จะได้ขนานนามว่าเป็นราชาหน้าใหม่แห่งสถานบันไป๋หยวนของครั้งนี้ทันที!”
“ยังต้องพูดอีกหรือ แม้ว่าผลจะยังไม่ประกาศ แต่ทุกคนก็รู้ดีว่าไป๋หลี่เฟิ่งผู้นี้ต้องได้เป็นราชาหน้าใหม่แน่นอน”
“…”
การสนทนาของฝูงชนนี้มิได้รบกวนบุคคลทั้งสองที่ยืนอยู่บนสังเวียน
ดูเหมือนว่าเจียงหลีคาดเดาไว้อยู่แล้วว่าไป๋หลี่เฟิ่งจะปรากฏตัวขึ้น แต่ก็ยังเอ่ยถามด้วยความประหลาดใจว่า “ข้านึกว่าเจ้าจะรออีกสักพักค่อยมาเสียอีก”
“ไม่รอแล้ว พวกเขาล้วนไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเจ้า” ไป๋หลี่เฟิ่งส่ายหัวช้าๆ
เจียงหลีหรี่ตาพร้อมกับมองสำรวจไปที่ไป๋หลี่เฟิ่ง