“ขึ้นสังเวียนมาสู้กับมารดาเจ้าเถิด!”
ท่ามกลางสายตาทุกคู่ที่หันมาจับจ้อง โจวเย่าจู่ถูกเด็กสาวที่สูงไม่เท่าตนลากไปข้างหน้า ทำให้เขาอัปยศอดสูยิ่งนัก โดยความรู้สึกนี้กลั่นออกมาจากก้นบึ้งหัวใจ
“เจียงหลีปล่อยข้าไปเถอะ!” โจวเย่าจู่ขัดฝืนดิ้นรน
แต่ทว่า เจียงหลีกลับเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ ยังคงลากเขาขึ้นไปบนสังเวียนแล้วโยนเขาไว้บนนั้น
อ้าก!
โจวเย่าจู่ยืนโซเซและล้มลงกับพื้นสังเวียน ทำให้เกิดเสียงหัวเราะหลั่งไหลเข้ามาจากทั่วทุกสารทิศ เสียงหัวเราะเช่นนี้แทบจะทำให้โจวจู่จมหายไปเลย
เขามองไปที่เจียงหลีด้วยแววตาที่เกลียดชัง แต่แววตาแวววาวของอีกคนกลับปรากฏเพียงรอยยิ้มเย็นชา
“วันนี้ข้าจะชำระแค้นที่เจ้าลักพาตัวข้าไปขังไว้ที่วัดร้างบนเขาอย่างสาสม” มุมปากของเจียงหลีโค้งขึ้น
เพลานี้ ทุกคนต่างทราบดีว่าทั้งสองมีเรื่องบาดหมางกันมาก่อนเป็นแน่
พอได้ยินเจียงหลีพูดเพียงเท่านี้ ใบหูของลู่เสวียนก็ตั้งขึ้นพลางจ้องมองไปที่โจวเย่าจู่ด้วยแววตาอาฆาต
“เจ้า…เจ้าจะทำอะไรข้า” โจวเย่าจู่นั่งลงกับพื้นโดยฝ่ามือทั้งสองข้างวางอยู่บนพื้น พร้อมถอยหลังออกไปอย่างต่อเนื่อง
เขากลับมิกล้าเผชิญหน้ากับเจียงหลีในวันนี้
แววตาของเจียงหลีเต็มไปด้วยความประชดประชัน “คนไร้ประโยชน์ ขี้ขลาดตาขาวเยี่ยงเจ้า มีค่าพอที่จะเป็นคู่แข่งของพี่ชายข้าอย่างนั้นหรือ” นางเดินเข้าไปหาโจวเย่าจู่ทีละก้าว