เฮเฮ!
ลู่เสวียนยิ้มเจ้าเล่ห์ ตั้งท่าต่อสู้พลางจ้องมองไปที่ใครสักคนในสิบอันดับแรก
“หลียาโถ่วงั้นข้าไปก่อนนะ” ลู่เสวียนแทบรอไม่ไหวที่จะก้าวเท้าออกไป แต่ทว่า ทันทีที่เขาก้าวออกไปนั้น เขากลับดึงเท้ากลับแล้วเตือนเจียงหลีว่า “รอบจัดอันดับนี้กำหนดระยะเวลาไว้ที่หนึ่งเดือน บัดนี้ดำเนินมาเกินครึ่งแล้ว หากผู้แพ้มีคะแนนเพิ่มจะถูกหักสิบคะแนน ผู้ที่ไม่มีคะแนนจะไม่ถูกตัดหรือเพิ่มคะแนน ส่วนผู้ชนะสามารถเลือกที่จะพักหรือประลองยุทธได้ตลอดเวลา”
เจียงหลียิ้มเล็กน้อยพร้อมกับยกเท้าขึ้นแล้วเตะไปที่บั้นท้ายของลู่เสวียน แต่ครานี้เขากลับหลบหลีกได้อย่างคล่องตัว “ขอบคุณสำหรับคำเตือน ตาเจ้าขึ้นประลองแล้ว”
นางจะไม่รู้เรื่องนี้ได้อย่างไร แต่ลู่เสวียนกลับกลัวว่านางจะไม่เข้าใจกฎการแข่งขันในรอบจัดอันดับของผู้สมัครใหม่ ดังนั้น จึงอยากเน้นย้ำเป็นพิเศษอย่างนั้นหรือ
ความละเอียดละออเช่นนี้ ช่างเหมือนกับพี่ชายของเขายิ่งนัก เจียงหลียิ้มกล่าวในใจ
ลู่เสวียนทำหน้าทะเล้นใส่เจียงหลี จากนั้นก็เดินโซเซขึ้นไปบนสังเวียนแห่งหนึ่ง ซึ่งผู้ชนะที่เพิ่งแข่งขันจบไปนั้นอยู่ในอับดับที่เจ็ดพอดีและการฝึกฝนก็อยู่ในหลิงซื่อขั้นที่หกเช่นเดียวกับลู่เสวียน
แต่แท้จริงแล้วลู่เสวียนเคยก้าวถึงหลิงซื่อขั้นที่แปด แม้ว่าการฝึกฝนจะถดถอยไปบ้างก็ตาม แต่สำหรับความเข้าใจในทักษะการต่อสู้แล้ว ก็สูงกว่าบุคคลนั้นอย่างแน่นอน