เจียงหลีชำเลืองตามองกการออกอาวุธของพวกเขาทั้งสองเพียงสองสามกระบวนท่าเท่านั้น ก็สรุปได้แล้วว่าลู่เสวียนต้องได้รับชัยชนะอย่างแน่นอน
เด็กคนนี้ก็มิใช่นายที่ปฏิบัติตามกฎระเบียบขนาดนั้น เจียงหลีถอนหายใจแล้วกล่าวในใจ
…
การแข่งขันรอบจัดอันดับของลู่เสวียนได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว แต่เจียงหลีกลับเดินไปรอบๆ บริเวณสังเวียนอย่างไร้จุดหมายต่อไป
อันที่จริงแล้ว การจะเข้าสู่รั้วของเจ็ดบุรุษได้หรือไม่นั้น มิได้อยู่ในความสนใจของนางมากนัก
แต่ทว่า…
เจียงหลีครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ หรี่ตาไตร่ตรอง “สถานะแตกต่างกัน แน่นอนว่าต้นทุนในการฝึกฝนก็คงแตกต่างกันเช่นกัน สิ่งที่ข้าขาดมากที่สุดในตอนนี้คือ ต้นทุนในการฝึกฝนและวิญญาณยุทธขั้นที่สองที่ต้องอาศัยสถาบันไป๋หยวนถึงจะฝึกฝนสำเร็จ…”
นางกะพริบตา ส่ายหัวแล้วถอนหายใจ “ดูเหมือนว่าการที่จะบรรลุเป้าหมายของข้านั้น คงเหลือเพียงเหยียบยอดอัจฉริยะเหล่านี้ไต่ขึ้นระดับสูงเท่านั้นแล้ว”
“ชู่ว! ไร้ยางอายสิ้นดี” คำพูดถากถางอย่างเย็นชาเช่นนี้ดังมาจากด้านหลังของเจียงหลี
นางหันหลังกลับ มองเห็นคนๆ หนึ่งเดินเข้ามาหานางด้วยใบหน้าที่ภาคภูมิใจและรายล้อมไปด้วยผู้คนซ้ายขวา “สาวน้อยเป็นใครมาจากไหน ถึงพูดจาบังอาจเช่นนี้”
เจียงหลีกลอกตาและตระหนักดีว่า ‘ผู้ถูกเลือก’ ผู้นี้ได้ยินคำพูดที่พูดจากก้นบึ้งหัวใจของตน
“ท่านคือ…” นางยิ้มโดยมิได้โกรธเคืองใดๆ