“พี่ใหญ่…” ลู่เสวียนได้ยินดังนั้น ก็ร้องโอดครวญออกมาทันใด
“อีกอย่าง หลีเอ๋อร์เป็นคนของข้า เจ้าในฐานะน้องชายข้า ก็ต้องระวังรักษาระยะห่างเอาไว้ด้วย” ลู่เจี้ยที่หาตัวไม่พบในห้องกล่าวเสริมขึ้นมา
“…” เจียงหลีตกตะลึง
“ทราบแล้วขอรับ” ลู่เสวียนตายใจ ก้มหน้ายอมรับชะตากรรม หันหลังกลับแล้วเดินไปยังเขาด้านหลัง
“หลีเอ๋อร์เข้ามา” หลังลู่เสวียนเดินจากไป ด้านในก็มีเสียงของลู่เจี้ยลอยออกมาอีก
เจียงหลีละสายตาอันเห็นใจลู่เสวียนมา แล้วเดินเข้าห้องไป
ในห้องนั้น แสงไฟมืดสลัว แสงสว่างทั้งหมดเหมือนว่าจะส่องบนร่างที่สวมเสื้อผ้าสีม่วงหรูหรานั้น ลู่เจี้ยวางตำราลง ยกตาขึ้นมองสาวน้อยชุดดำที่ค่อยๆ เข้ามาใกล้
“ครั้งก่อนที่เจ้าถามข้าว่าจะซ่อนพรสวรรค์เนตรญาณของเจ้าได้อย่างไร ข้ารู้วิธีแล้ว” ลู่เจี้ยกล่าวอย่างไม่อ้อมค้อม
เจียงหลีแววตาลุกวาว “ทำอย่างไรหรือ”
หลายวันก่อนนางถามคำถามนี้ ไม่คิดว่าจะได้คำตอบเร็วเพียงนี้ ถามเรื่องนี้ หลักๆ แล้วก็เพื่อป้องกันไม่ให้จำนวนเนตรญาณของนางถูกเปิดเผยออกมาหากวันใดมีการทดสอบพรสวรรค์เนตรญาณที่ได้มาแต่กำเนิด
ลู่เจี้ยพยักหน้า “การเปลี่ยนแปลงเนตรญาณแต่กำเนิด หลิงไซว่ทำไม่ได้ แต่ระดับเนี่ยนจงทำได้ หากบำเพ็ญจนเลื่อนขั้นขึ้นมาเป็นเนี่ยนจงแล้ว จะสามารถสร้างค่ายกลขึ้นมา ปกปิดเนตรญาณส่วนหนึ่งไว้ได้ หากบำเพ็ญตนไม่ถึงระดับขั้นนี้ ก็จะไม่สามารถจับได้”