“หลียาโถ่ว ชิงเกอที่เจ้าว่านี้เป็นใครกันแน่ เหตุใดทุกครั้งที่พบฉินเทียนอี เจ้าจะต้องพูดชื่อนี้อยู่เรื่อย” ลู่เสวียนถือโอกาสเอ่ยถาม
เจียงหลีกลอกตาหันไปมองเขา ไม่ได้พลาดความเจ้าเล่ห์กลับกลอกที่แวบขึ้นมาในสายตาของเขา
เจียงหลีได้กลิ่นของเจตนาไม่ดีนั้นขึ้นมาทันใด
นางเข้าใจในทันทีว่า เจ้าหมอนี่คงไม่ได้มาหลอกถามอะไรจากข้าหรอกนะ ครั้งก่อน เนื่องจากฉินเทียนอีและมู่ชิงเกอนั้นละม้ายคล้ายกันนัก นางจึงได้เสียการควบคุม เรียกชื่อนั้นออกไป
ผลก็คือ ถูกหมอนี่ได้ยินเข้า แล้วยังวิ่งไปบอกลู่เจี้ยอีก นางก็ถูกลู่เจี้ยหลอกล่อ คาดคั้นว่าใครคือชิงเกอ
ดูๆ แล้ว หมอนี่ช่างอยากรู้อยากเห็นนัก เพิ่งจะออกมาก็ไม่ลืมที่จะวางแผนมุ่งร้ายนาง
“เจ้าอยากรู้หรือ” เจียงหลียิ้มให้เขา
ลู่เสวียนพยักหน้า ในดวงตาเต็มไปด้วยการเฝ้ารอ
“ไปถามพี่ชายเจ้าสิ” เจียงหลียิ้มเห็นฟัน รอยยิ้มเบิกบานเป็นพิเศษ
ลู่เสวียนสีหน้าหมดคำพูด ทำหน้าระทมแล้วกล่าว “หลียาโถ่ว เจ้าร้ายนัก เดี๋ยวนี้รู้จักรังแกข้าแล้ว จะต้องเรียนรู้มาจากพี่ใหญ่เป็นแน่ อย่างไรเสียข้าก็เป็นซื่อจื่อของพระชายาลู่ เจ้าจะทำดีกับข้าหน่อยไม่ได้หรือ”
เจียงหลีหัวเราะ กล่าวหยอกล้อเขา “เจ้าเองยังไม่เห็นยศซื่อจื่อในสายตา เจ้าจะให้คนอื่นเห็นเจ้าเป็นซื่อจื่อหรือ”
“…” ลู่เสวียนพูดไม่ออก นั่งยองข้างทางอย่างเ**่ยวแห้ง เด็ดต้นหญ้าข้างทางเล่น