“โถ่ ดูเดี๋ยวเดียวน่า เราแค่ไปมุงดู ดูว่าพวกผู้ดีมีเงินเหล่านั้นใช้จ่ายเงินทองของพ่อแม่อย่างไร อีกสองวัน เราก็ต้องไปรายงานตัวที่สถาบันไป๋หยวนแล้ว ต้องปฏิบัติตามกฎของสถาบัน จะออกมาดูเรื่องสนุกเช่นนี้ไม่ได้อีก” ลู่เสวียนกำชายเสื้อของนางไว้แน่น แล้วขอร้องวิงวอน
“…” เห็นท่าทางน่าสงสารของเขา ก็นึกขึ้นได้ว่าการฝึกเนตรญาณของตานี่ตกไประดับหกแล้ว หากมีคนคิดร้ายอยากฆ่าเขาอีก นางจะบอกกับลู่เจี้ยอย่างไร
สับสนทุรนทุรายในใจอยู่สักพัก เจียงหลีก็ยอมในที่สุด “ก็ได้ แต่ครั้งหน้าไม่ได้แล้วนะ”
“หลียาโถ่วเจ้าช่างดียิ่งนัก!” ลู่เสวียนดีใจกระโดดโลดเต้น
ท่าทางเช่นนี้ของเขากับความเป็นผู้ใหญ่ของลู่เจี้ยนั้น ช่างไม่เหมือนคนบ้านเดียวกันเสียจริง!
ด้วยความจนใจ เจียงหลีจึงทำได้เพียงเดินต่อไปกับลู่เสวียน ผ่านทุ่งหญ้าผืนหนึ่ง แล้วสุดท้ายก็มาถึงริมทะเลสาบ
ในเวลานี้ ริมทะเลสาบมีผู้คนมากมาย ชาวบ้านที่ชอบความคึกคักจำนวนไม่น้อยต่างก็มารวมตัวกัน ณ ที่แห่งนี้ ริมฝั่งทะเลสาบนั้น ตั้งเพิงสีสันต่างๆ มากมาย ในนั้นมีเหล่าท่านชายสวมใส่เสื้อผ้าหรูหรานั่งอยู่
ตามที่ลู่เสวียนบอกไว้ คนเหล่านี้ล้วนเป็นผู้ดีมีเงินจากเมืองซั่งตูทั้งนั้น
ฉินเทียนอีที่เสื้อสีสันสดใสที่สุดนั้น ก็ปรากฏตัวอยู่ในนั้นด้วย อีกยังเป็นตำแหน่งที่โดดเด่นที่สุดด้วย
ส่วนบนทะเลสาบนั้น มีเรือน้อยลอยลำอยู่