“ลู่เสวียน…!”
ทันใดนั้น เสียงแหลมเล็กก็ลอยมาจากที่ไกล ขัดจังหวะความคิดของเจียงหลี
นางยังไม่ทันได้มองว่าใครเป็นคนเรียกลู่เสวียน ก็รู้สึกได้ว่าคนข้างกายตนจังหวะหายใจเปลี่ยนไป
“แย่แล้ว! ยัยบ้านั่นมา! หลียาโถ่วเรารีบไปกันเถิด!” ลู่เสวียนสีหน้าเปลี่ยนไปกระทันหัน ถึงขั้นซีดขาวไป จับมือเจียงหลีแล้ววิ่งออกไปทันใด
ท่าทางผิดปกติของเขา ทำให้เจียงหลีขณะที่แปลกใจอยู่ ก็อดไม่ได้ที่จะหยอกล้อเสียหน่อย “ใครกัน ทำเอาซื่อจื่อตระกูลลู่ของเราตกใจจนอกสั่นขวัญหายได้”
“แม่เสือสาวตัวหนึ่งน่ะ!” ลู่เสวียนกัดฟันตอบกลับ
ทว่า เขาเพิ่งจะพูดจบ เจียงหลีก็ได้ยินเสียงที่เต็มไปด้วยความเอาแต่ใจลอยมา “เจ้าว่าใครเป็นเสือสาว!”
แถ่นแทนแท้น!
มีเงาตกกระทบมา ขวางทางของเจียงหลีและลู่เสวียนไว้
เงารวมตัวกัน เจียงหลีถึงมองเห็นคนผู้นั้นได้ชัดเจน ล้วนเป็นองครักษ์ที่แต่งตัวเหมือนกันทั้งสิ้น
“ลู่เสวียน จวิ้นจู่เรียกเจ้า เจ้าจะวิ่งหนีทำไม” เสียงเอาแต่ใจใสเจื้อยแจ้วลอยมาจากทางด้านหลัง
เวลานี้ งานผู้ดีมีเงินทางด้านหน้า ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับพวกเขาแล้ว
เจียงหลีกลอกตามองไป เห็นเพียงสาวน้อยที่น่ารักงดงาม สวมใส่เสื้อผ้าสีสันสดใส มือไขว้หลัง เดินก้าวขาคล่องแคล่วมาทางพวกเขา
ขณะที่สาวน้อยเดินก้าวเท้านั้น กระดิ่งที่ผูกไว้บนข้อเท้านางก็ส่งเสียงดังใสไพเราะอยู่ไม่ขาดสาย