“นายหญิง นายน้อยรับสั่งว่า ให้นายหญิงรีบไปปรนนิบัตินายน้อยเข้านอนเจ้าค่ะ” อวี้เฉินคุกเข่าลงกับพื้น เงยหน้าขึ้นมองเจียงหลี
ปรนนิบัติเข้านอน?
เจียงหลีอึ้งชะงักไปทันใด รีบลุกขึ้น ลืมใส่รองเท้ารีบร้อนวิ่งออกไป
“นี่! นายหญิง รองเท้า…รองเท้า…” อวี้ซูรีบหยิบรองเท้าของเจียงหลีแล้วรีบร้อนวิ่งตามไป
…
ลู่เจี้ยเกิดเรื่องแล้ว! จะต้องอาการกำเริบอีกเป็นแน่! ขณะที่วิ่งไปทางเรือนของลู่เจี้ยนั้น ในใจของเจียงหลีก็คาดเดาความจริงเกี่ยวกับเรื่อง ‘ปรนนิบัติเข้านอน’ นี้ออก
ทุกวันนี้ฉลากกำกับบนตัวนางนั้น ก็คือสาวรับใช้อุ่นเตียงนอน
แต่ในความเป็นจริงแล้ว เพียงเพื่อปกปิดความจริงเท่านั้น
หากไม่มีความจำเป็นแล้ว ลู่เจี้ยจะไม่เรียกตัวนางเช่นนี้
แล้วก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ!
เมื่อเจียงหลีพุ่งเข้าเรือนของลู่เจี้ย สาวใช้และบ่าวติดตามในห้องต่างก็ถูกไล่ให้ถอยออกไปก่อนแล้ว บนเตียงใหญ่หลังม่านตาข่ายนั้น มีเงาคนส่ายไปมา
“หลีเอ๋อร์ มานี่” ในน้ำเสียงอดกลั้นของลู่เจี้ย มีความสั่นเครืออยู่เล็กน้อย
ความเจ็บปวดที่สามารถทำให้คนเช่นเขาแทบจะทนไม่ไหว เจียงหลีนั้นนึกไม่ถึงอย่างสิ้นเชิง
นางไม่ได้ลังเลใดๆ เปิดม่านตาข่ายออก แล้วเข้าไปในเตียงใหญ่
บนเตียงนั้น ลู่เจี้ยใส่เพียงเสื้อชั้นใน คอเสื้อคลายออก ผมดกดำปล่อยสยาย สีผิวซีดขาวจนแทบจะโปร่งใส ขนาดริมฝีปากที่ควรจะแดง ยังซีดขาวไป