หน้าผาก แก้ม และผิวที่โผล่ออกมาข้างนอกของเขานั้น มีเหงื่อเกาะตัวเป็นชั้นบางๆ ชั้นหนึ่ง
เห็นเจียงหลีเข้ามา ลู่เจี้ยเผยรอยยิ้มออกมาเล็กน้อย เขาฝืนยกมือขึ้น โบกมือให้นาง “มานี่”
เจียงหลีนั่งคุกเข่าตรงหน้าเขา ในดวงตาอันสุกสว่างนั้น ผสมปนเปไปกับความกังวล “ท่านเป็นอย่างไรบ้าง”
มุมปากที่สั่นเทาของลู่เจี้ยนั้น ยังคงคาบรอยยิ้มเอาไว้อยู่ ในดวงตาใสวาวดั่งเครื่องแก้วคู่นั้น เต็มไปด้วยความอ่อนโยนที่ไม่มีวันมลาย เขากางสองแขนออกให้เจียงหลี กล่าวเสียงแผ่วเบากับนาง “หลีเอ๋อร์ เข้ามาในอ้อมอกข้า”
เจียงหลีอึ้งไป แต่มิอาจต้านทานความเย้ายวนนี้ได้ จึงกระโจนเข้าอ้อมอกของเขา เพียงแต่ นางคอยย้ำเตือนถึงความอ่อนแอของเขาในขณะนี้ จึงได้ควบคุมยั้งแรงเอาไว้
เมื่อเพิ่งเข้าไปในอ้อมอกของเขา เจียงหลีก็รู้สึกได้ว่าชายหนุ่มนั้นเก็บสองแขนเข้า กอดตนไว้ในอ้อมอกแน่น นางรู้สึกถึงพลังที่คอยทำร้ายร่างกายของชายหนุ่มนี้กำลังถูกตนดึงดูดเข้าไป และยังรู้สึกถึงความหนาวเหน็บและสั่นเทาที่ส่งผ่านสองแขนของชายหนุ่มที่โอบตนไว้แน่นอีกด้วย
“ลู่เจี้ย…” นางตะโกนชื่อชายหนุ่มออกมา ในน้ำเสียงนั้น มีความรู้สึกที่ซับซ้อนอยู่เล็กน้อย
“กลัวจะเสียของ จึงได้สั่งให้คนไปเรียกเจ้ามา” เสียงแผ่วเบาของลู่เจี้ย ลอยลงมาจากบนหัวของนาง
ร่างกายของเจียงหลีเหม่อชะงักไปชั่วขณะ เงยหน้าขึ้นจากอ้อมกอดของเขา แล้วมองไปทางเขา