มู่เจิ้งเฟิงส่งเสียงโกรธเคือง โอรสสวรรค์โมโห “เดิมพันก็จริง แต่ทุบตีองค์หญิงรัฐเพื่อนบ้านจนมีสภาพเช่นนี้ ยังไม่พอให้ข้าลงโทษนางอีกหรือ พระชายาลู่จะปกป้องเข้าข้างนางหรือ”
“ใช่แล้วจะทำไมหรือเพคะ” พระชายาลู่กล่าวเสียงหนักแน่น น้ำเสียงไม่มีความลังเลใดๆ
เจียงหลีได้ยินเช่นนั้น จึงกลอกตามองไปทางพระชายาลู่
มู่เจิ้งเฟิงสีหน้าขุ่นมัวมากขึ้นเพราะคำพูดนี้ของนาง
“นางเพียงปกป้องบุตรชายของหม่อมฉันมิให้ถูกรัฐเพื่อนบ้านเหยียดหยาม หม่อมฉันตระกูลลู่ก็ต้องปกป้องนางสิเพคะ” พระชายาลู่กล่าวด้วยเสียงหนักแน่น
ในขณะเดียวกัน ลู่จ้านพร้อมองครักษ์ของจวนอ๋องลู่ ก็ออกมาเผชิญหน้ากับเหล่าทหารรักษาพระองค์เหล่านั้น
“พระชายาลู่เจ้าจะทำการกบฏหรือ” เมื่อเห็นดังนั้น มู่เจิ้งเฟิงก็เอ่ยถามเสียงแข็ง
เหมือนว่า ขอเพียงพระชายาลู่พยักหน้า เขาก็จะออกคำสั่งประหารคนตระกูลลู่ทั้งหมด
พระชายาลู่ยิ้มเล็กน้อย “ฝ่าบาท หม่อมฉันเพียงแต่จะพาบ่าวรับใช้ที่ภักดีต่อตระกูลลู่กลับไปเพียงเท่านั้น จะกล่าวว่าทำการกบฏได้อย่างไรเพคะ”
“เจ้าจะขัดแย้งกับข้า เพียงเพราะบ่าวรับใช้คนหนึ่งอย่างนั้นหรือ” มู่เจิ้งเฟิงสายตายากจะคาดเดา
“หลีเอ๋อร์มิใช่เพียงบ่าวรับใช้พ่ะย่ะค่ะ” ทันใดนั้น ลู่เจี้ยเอ่ยปากขึ้นมา
บรรยากาศในพระตำหนักที่ตึงเครียดอยู่นั้น ก็ยิ่งตึงเครียดขึ้นเพราะคำพูดของลู่เจี้ย