มู่เจิ้งเฟิงและพระชายาลู่มองไปทางเขาพร้อมกัน ฉุนกุ้ยเฟยที่กำลังร่ำไห้อยู่นั้นก็เงยหน้าขึ้นมาเช่นกัน มองไปทางใบหน้างดงามดั่งภาพวาดนั้น
ในพระตำหนักนั้น คนอื่นๆ ต่างก็หันมามองลู่เจี้ย ใคร่รู้คำพูดประโยคต่อไปของเขา
ขนาดเจียงหลียังอดไม่ได้ที่จะเหลียวมองชายหนุ่มที่นางไม่เคยมองทะลุมาตลอดผู้นี้!
ตระกูลลู่ปกป้องนางนั้นอยู่ในการคาดเดาของนาง เพราะอย่างไรเสียธรรมเนียมบ้านตระกูลลู่นั้นจะคอยปกป้องผู้อ่อนแอมาโดยตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งนางออกหน้าช่วยลู่เจี้ยแล้ว ตระกูลลู่ไม่ยอมให้ฮ่องเต้ออกคำสั่งลงโทษตามพระทัยเป็นแน่
อีกอย่าง หากตระกูลลู่ทอดทิ้งนาง ลู่เจี้ยทอดทิ้งนาง เช่นนั้นความสัมพันธ์ระหว่างนางกับตระกูลลู่ก็จบสิ้นกันเท่านี้
นางคาดเดาจุดนี้ไว้อยู่แล้ว จึงได้กล้าสั่งสอนองค์หญิงรัฐฉู่ที่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงนั่นอย่างไม่ยั้งมือ
เพียงแต่ นางคาดไม่ถึงว่าลู่เจี้ยจะพูดเช่นนี้
ในระหว่างที่ทุกคนกำลังรอคอยอยู่นั้น ลู่เจี้ยก็ขยับตัว เขาก้าวเท้าออกไป เดินเข้าไปสองสามก้าว จับมือเจียงหลี กำไว้ในฝ่ามือใหญ่ๆ ของเขาอย่างไม่เคอะเขินต่อหน้าผู้คนทั้งหลาย
ฝ่ามือของลู่เจี้ยนั้นอบอุ่นยิ่งนัก
หากเป็นคนทั่วไป อุณหภูมิของฝ่ามือนั้นจะร้อนลวกเล็กน้อย แต่ลู่เจี้ยร่างกายอ่อนแอ อุณหภูมิในฝ่ามือเขากลับกำลังพอดี
อบอุ่นเสียจน ทำให้ไม่อยากดึงออก ไม่อยากปล่อยมือ