เจียงหลีพลิกมือจับมือลู่เจี้ยเอาไว้ ทำให้สายตาของคนด้านหลังมองไปที่นาง “ฝ่าบาท ข้าน้อยลู่เจี้ยเป็นเพียงคนร่างกายอ่อนแอ ฝ่าบาทจะรีบร้อนไปใย หลีเอ๋อร์ปกป้องข้าน้อยในวันนี้ ในช่วงเวลาที่ข้ายังมีชีวิตอยู่นั้น ข้าน้อยจะปกป้องนางอย่างไม่คิดชีวิตพะยะค่ะ”
แกร๊ก!
ในใจเจียงหลีนั้น เหมือนว่ามีอะไรถูกเปิดออก
นางมองดูลู่เจี้ยอย่างเหม่อลอย ชายหนุ่มที่ยิ้มให้นางอย่างอบอุ่นนี้ ในชั่วขณะนั้น ไอหมอกในดวงตาอันแวววาวดั่งเครื่องแก้วของเขานั้นก็สลายหายไป เหลือไว้แต่เพียงความจริงใจ
“หากฝ่าบาทจะลงโทษหลีเอ๋อร์จริงๆ เช่นนั้นก็ลงโทษเจี้ยด้วยเถิด” ในดวงตาของลู่เจี้ยนั้น เต็มไปด้วยรอยยิ้มและการปลอบโยน เสมือนกำลังบอกกับเจียงหลีว่า เขาจะไม่ให้นางเป็นอะไรไป และจะไม่ให้ใครมาทำร้ายนางเด็ดขาด
มู่เจิ้งเฟิงหรี่ตา ในดวงตานั้นการวางแผนให้ร้ายส่องประกายไม่หยุด
กำจัดตระกูลลู่ เป็นเรื่องที่เขาอยากทำมากที่สุด แต่ทว่า ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลา! เขาใช้กำลังทหารโดยไร้ซึ่งเหตุผลที่เหมาะสม จะถูกตอบโต้โดยผู้คนใต้หล้า
“เจี้ยรู้สึกไม่ค่อยสบาย หากฝ่าบาทไม่มีอะไรรับสั่ง เจี้ยขอตัวพาคนของจวนอ๋องลู่ทูลลากลับก่อนพ่ะย่ะค่ะ” ลู่เจี้ยกล่าวเสียงเฉยชา
คิดไม่ถึงว่าเขาจะกล้าพาเจียงหลีออกจากพระตำหนักบุปผาต่อหน้าฮ่องเต้และผู้คน
“ฝ่าบาทเพคะ ชิงชิงบาดเจ็บถึงเพียงนี้ เรื่องนี้จะจบง่ายๆ เช่นนี้หรือเพคะ” ฉุนกุ้ยเฟยกล่าวอย่างร้อนรน