มู่เจิ้งเฟิงเอ่ยปากเสียงเข้ม “ใช่แล้ว ชิงชิงเป็นองค์หญิงรัฐเพื่อนบ้าน ถูกสาวใช้ตระกูลลู่ทุบตีจนได้รับบาดเจ็บเช่นนี้ ตระกูลลู่จะต้องชดเชย”
ลู่เจี้ยจูงมือเจียงหลี หันหลังเดินไปทางนอกตำหนัก เมื่อได้ยินคำพูดของมู่เจิ้งเฟิงแล้ว เขาก็หยุดฝีเท้าลง มองด้วยหางตาแล้วหัวเราะเล็กน้อย “องค์หญิงรัฐฉู่เห็นข้านายน้อยตระกูลลู่เป็นของเล่น ไม่สังหารนาง ก็ถือว่าเป็นการชดเชยให้แล้ว”
!
ซี้ดดด…!
ทุกคนในพระตำหนักต่างก็สูดลมหายใจเข้าด้วยความหวาดกลัว คำพูดนี้ของนายน้อยตระกูลลู่จะเหิมเกริมเกินไปเสียแล้ว ไม่รักษาหน้าของฮ่องเต้เอาเสียเลย
มู่เจิ้งเฟิงสีหน้าคร่ำเครียด สายตามองไปทางลู่เจี้ยอย่างดุร้าย
ลู่เจี้ยกลับกล่าวอีก “หากองค์ชายของฝ่าบาทประสบเรื่องดั่งวันนี้เหมือนเจี้ย ฝ่าบาทจะทำเช่นไรหรือพ่ะย่ะค่ะ สิ่งที่ตนไม่ชอบก็ไม่ควรทำกับผู้อื่น ฝ่าบาท เจี้ยขอทูลลา”
ทิ้งคำพูดนี้ไว้ ลู่เจี้ยพาเจียงหลีออกไปอย่างฉวัดเฉวียน
พระชายาลู่มุมปากโค้งขึ้นเล็กน้อย แล้วนำคนอื่นๆ ในจวนอ๋องลู่คารวะต่อมู่เจิ้งเฟิง “ฝ่าบาท หม่อมฉันขอทูลลาเพคะ”
เมื่อคนตระกูลลู่ต่างออกไปกันหมด มู่เจิ้งเฟิงก็สะบัดแขนเสื้อด้วยความโมโห กวาดเอาแก้วจานบนโต๊ะตกหล่นกระจาย “ตระกูลลู่! สารเลว!”
ทุกคนในพระตำหนักนั้นต่างก็ตกใจหดหัวดั่งนกกระทา ไม่กล้าหายใจดัง