แต่ทว่า เจียงหลีกลับยิ้มอย่างสดใส ขณะที่นางตกใจกลัว เพียงแค่รอยยิ้มนั้นยังส่งไปไม่ถึงดวงตา ดวงตาที่เย็นเยือกนั้น ก็ทำให้หัวใจของฉู่เฟยชิงกระตุกหนึ่งครั้ง
เพียะ!
เสียงตบหน้าดังขึ้นภายในตำหนักบุปผา ทำให้ทุกคนต่างตกใจ
ฉู่เฟยชิงก็ตกตะลึงเช่นกัน แก้มของนางเหมือนถูกไฟเผาไหม้ ซึ่งไม่ได้น่าตกใจอย่างที่นางรู้สึกไว้ก่อนหน้านี้ นางช่างบังอาจยิ่งนัก!
เพียะ!
ถูกตบหน้าอีกหนึ่งที
เสียงที่คมชัดนี้ ทำให้ทุกคนภายในท้องพระโรงแข็งทื่อดังหุ่นไก่
ผ่านไปสักพักหนึ่ง พวกเขาก็ตกตะลึงกับความกล้าหาญของเจียงหลีและลืมที่จะหยุดการเดิมพันในครั้งนี้ แม้แต่ฮ่องเต้มู่เจิ้งเฟิงแห่งราชวงศ์โฮ่วจิ้นก็ตะลึงงันอยู่เช่นกัน เหตุการณ์ที่ดำเนินมาถึงบัดนี้ ล้วนเกินความคาดหมายของเขาอย่างสิ้นเชิง
ฉู่เฟยชิงตื่นขึ้นหลังจากการถูกตบถึงสองหนโดยเจียงหลี นางพูดด้วยความเดือดดาลว่า “เจ้ากล้าดีอย่างไรถึง…”
“ยินดีด้วยพระองค์หญิงสำหรับการรับกระบวนท่าที่สองไว้ได้ เพียงอีกกระบวนท่าเดียว นายน้อยของข้าก็จะกลับรัฐฉู่พร้อมกับท่านแล้ว หากท่านนำคนรูปงามเช่นนี้กลับไปได้ เพลานั้นท่านก็จะกลายเป็นบุคคลที่สตรีฉู่ทุกคนอิจฉา” เจียงหลี่ขัดจังหวะคำพูดของนาง
คำชมเช่นนี้ ทำให้ฉู่เฟยชิงได้แต่เก็บความโกรธเคืองไว้ในใจ ถึงจะอยากปลดปล่อยอารมณ์โกรธออกมาแต่ก็ทำไม่ได้